
ประชา หุตานุวัตร
ทำงานเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางสังคม ควบคู่กับงานคิด งานเขียนและงานแปลมาตลอดชีวิตการทำงานของตน
เขาร่วมก่อตั้งกลุ่มยุวชนสยามสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่สวนกุหลาบวิทยาลัย หลงใหลงานเขียนของโกมล คีมทอง ซึ่งสมัครใจไปเป็นครูบ้านนอกและ เสียชีวิตในปีสุดท้ายที่ประชาเรียนชั้นมัธยม เขาจึงเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ร่วมเคลื่อนไหวในขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายอย่างทุ่มเท แต่หลังจาก ๓ ปีผ่านไป ศรัทธาต่อลัทธิมากซ์ของเขาได้มอดลง เขาและเพื่อนๆ อีกหลายคน ได้ลาออกเพื่อศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ที่ตนเคารพนับถือนอกรั้วมหาวิทยาลัย ดำเนินชีวิตร่วมกับเพื่อนในกลุ่มอหิงสา ซึ่งเชื่อมั่นการใช้สันติวิธีและการไม่สยบยอมกับคำตอบสำเร็จรูปจากลัทธิที่สัญญาว่าจะให้ความหวังใหม่ ต่อมาได้บวชเป็นพระภิกษุถึง 11 ปี ๔ ปีแรกเขาได้ตระเวนหาครูบาอาจารย์เพื่อเรียนกรรมฐาน ๗ ปีหลังได้มาศึกษาธรรมะจากท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ เป็นผู้สัมภาษณ์และเขียนอัตชีวประวัติของท่านพุทธทาสภิกขุ เผยแพร่เป็นหนังสือเรื่อง "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" เขาสนใจการนำพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในสังคมเพื่อแก้ปัญหาชนิดถึงรากถึงโคน และสนใจการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในโลกตะวันตก และแนวคิดของกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ โดยไม่ละเลยการศึกษาและแลกเปลี่ยนกับแนวความคิดกระแสอื่น
เขาได้ศึกษากับอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจสังคมและการเมืองร่วมสมัย และถือว่าได้รับการฝึกด้านงานคิด งานเขียน งานแปลจากท่านอาจารย์ผู้นี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากลาสิกขา เขาได้ตระเวนศึกษาอาศรมต่างๆ ในอินเดียที่ก่อตั้งขึ้นตามแนวคิดของมหาตมคานธี และช่วยงานเพื่อสันติภาพในศรีลังกา รวมแล้วได้ใช้เวลา๑ปี เรียนรู้อยู่ในอนุทวีปนั้น ๑ปี และได้ทุนไปนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับขบวนการศาสนาใหม่ๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นอีก ๑ ปี แล้วจึงกลับมาทำงานอยู่กับอาจารย์ สุลักษณ์ ในร่มของมูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีปอีก ๑๕ ปี ในช่วงนี้เขาได้ดูแลอาศรมวงศ์สนิทในฐานะผู้อำนวยการเป็นเวลา ๑๐ ปีและได้ร่วมบุกเบิกงานพัฒนากำลังคนและพัฒนาองค์กรทำงานเพื่อสังคมในประเทศพม่าอย่างเป็นชิ้นไปอันร่วมทศวรรษ โดยประยุกต์กระบวนการจัดเรียนรู้ตามแนวพุทธธรรมกับการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมที่เขาได้รับการฝึกฝนจากขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมใหม่ของสำนักเคว้เก้อแห่งฟิลาเดเฟีย สหรัฐอเมริกา
ในวาระ ๑๐๐ ปีเกิดท่านอาจารย์พุทธทาส ภิกขุ เมื่อปี ๒๕๔๙ เขาได้ตัดสินใจหันกลับมาทำงานในเมืองไทย โดยร่วมกับมิตรสหายก่อตั้งสถาบัน ยุวโพธิชนขึ้นเพื่อสร้างเสริมผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีงามสำหรับสังคมไทยในอนาคต และปี ๒๕๕๒ ได้ร่วมกับมิตรสหายก่อตั้งมูลนิธิสัมมาชีพขึ้น เพื่อนำธรรมะให้เข้าถึงคนทุกอาชีพ
เขาถนัดเรื่องจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาองค์กรในการทำงานร่วมกันอย่างได้ผล มีความสุขและสร้างความมั่นใจให้บุคคลากรเห็นคุณค่าและศักยภาพของตนเอง
ผลงานเขียนของประชา หุตานุวัตร
หนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์:
- - เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา
- - ภาวนากับการรับใช้สังคม
- - ศาสนธรรมสำหรับคนหนุ่มสาว
- - อยู่อย่างขบถ
- - การเมืองสีเขียว
- - จิตสำนึกใหม่ของเอเซีย (4 เล่มชุด)
Asian Future Volume I & II (with Ramu Mannivan) published by Zed Books UK 2005
ผลงานแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยที่ได้รับการตีพิมพ์:
- - ปาฎิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ Miracle of Being Awake by Thich Nhat Hanh,
- - จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ The Turning Point by Fritjof Capra (co-translator)
- - งานกับความหมายของชีวิต Good Work by E.F. Schumacher (co-translator)
- - รหัสยนัยแห่งชีวิต Zen mind Beginner's mind by Suzaki Rosh (co-translator)
- - ผู้นำที่แท้ มรรควิธีของเล่าจื๊อ
- - เต๋าแห่งสุขภาพ ปาฎิหารย์แห่งการฟังร่างกายอยู่เสมอ
บทความภาษาอังกฤษที่ได้รับการตีพิมพ์:
- - Globalization from Buddhist Perspective (with Jane Rasbash)
- - Buddhism and Social Justice
- - The Role of Thai monks in rural reconstruction
- - Spiritual Education from a Buddhist - Perspective (with Jane Rasbash)
- - Wilderness Experience for Personal and - Spiritual Growth (with Jane Rasbash)
- - Human Rights from a Buddhist Perspective (with Jane Rasbash)
- - Green Politics and Asian Cultural Values.
- - No River like Tanha (with Jane Rasbash) chapter in Hooked edited by Stephanie Kaza (Shambala)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


