skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
ภูเก็ตเปิดเมืองนำร่อง Sandbox

ภูเก็ตเปิดเมืองนำร่อง Sandbox

ภูเก็ตเปิดเมืองนำร่อง Sandbox

การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ชุดใหญ่ เมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมได้ไฟเขียวเห็นชอบโมเดลนำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox)  ตามข้อเสนอการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-กันยายน 2564

การนำร่อง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” มีเป้าหมายเปิดเมืองภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ซุบวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตกลับมาเป็นปกติดังเดิม หรือมีความคึกคักใกล้เคียงในระดับปี 2562 ดังนั้น จึงวางกฎเข้มข้นทั้งชาวเมืองพื้นที่และนักท่องเที่ยว ซึ่งพุ่งเป้าหมายเน้นไปที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นสำคัญ

นอกจากจาก “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เร่งให้คนในพื้นที่ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในระดับ 70% ของจำนวนประชากร ยังมีกฎเข้มข้น 6 ข้อสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

1.เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี และเป็นผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข
2.กำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าได้ ในขณะที่เด็กอายุระหว่าง 6–18 ปี จะต้องได้รับการตรวจเชื้อ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินภูเก็ต
3.มีเอกสารรับรองการฉีดจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดย WHO
4.มีการติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือน
5.พำนักในโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ ในเวลา 14 คืน และภายหลังการพำนักตามระยะเวลาที่กำหนดสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในประเทศไทยได้
6.รายงานตัวและรับการตรวจเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และสามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้ภายใต้มาตรการป้องกันตามมาตรฐาน DMHTTA

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยว คือ 1. กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง ซึ่งรวมถึงนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูง ภายใต้โปรแกรม 2. ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3. กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย 4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

ดังนั้น หากการนำร่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอีก โครงการเช่นนี้จะขยายไปสู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นอีก ประกอบด้วย กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ชลบุรี บุรีรัมย์ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ กรุงเทพฯ

Patong Beach, Phuket

เร่งฟื้นภูเก็ตหนีซบเซา

เศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างสำคัญยิ่ง ในแต่ละปีมีรายได้มหาศาลเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ โดยปี 2562 ภูเก็ตมีรายได้จากท่องเที่ยวรวม 442,891 ล้านบาท ส่วนกรุงเทพมารายได้ 1,067,814 ล้านบาท เมื่อโควิด-19 ระบาดนับตั้งแต่ต้นปี 2563 รายได้ท่องเที่ยวของภูเก็ตลดฮวบแบบน่าใจหาย กิจการโรงแรมกว่า 100,000 ห้องแทบร้าง ลุกลามกระทบถึงเศรษฐกิจซบเซา

กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุสถิติการท่องเที่ยวภูเก็ตว่า ในปี 2563 มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 4,003,290 คน ลดต่ำกว่าปี 2562 ที่มีถึง 14,576,466 คน ซึ่งหายไปถึง 72.54% นั่นแสดงถึงเศรษฐกิจทั้งจังหวัดยากที่จะอยู่ได้ กิจการถูกปิด คนตกงานนับหมื่นคน

เมื่อพิจารณาด้านรายได้ สถิติจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตมีทั้งหมด 108,464 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2562 ที่มี 442,891 ล้านบาท ลดลงถึง 75.51% โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวคนไทยในปี 2563 มีจำนวน 20,936.53 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2562 ที่มี 49,725.77 ล้านบาท หรือลดลง 57.90% ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2563 มีจำนวน 87,527 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2562 ที่มี 393,164.90 ล้านบาท หรือลดลง 77.74%

ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ การเร่งฟื้นเศรษฐกิจภูเก็ตจึงเป้นสิ่งจำเป็น แต่การนำร่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เน้นความสำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มจึงมีสิทธิมาท่องเที่ยวได้ ส่วนคนภูเก็ตมีเป้าหมายให้ได้วัคซีนครบ 2 เข็มจำนวน 930,000 โดสเช่นกันในฐานะคนต้อนรับ  โดยนายเด่น มหาวงศนันท์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ เลขาธิการสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)  กล่าวว่า ปัจจุบันคนภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้วกว่า 60% ของจำนวนประชากร และคาดว่าจะได้ฉีดครบ 70% ให้ทัน 1 กรกฎาคมนี้ ถึงจะเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวได้ ถ้าทำไม่ได้ เศรษฐกิจก็จะเดินไม่ได้

 

ขานรับ นทท.1.2 แสน-กระตุ้น ศก.หมื่นล้าน

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการ ททท. ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และ อเมริกา เปิดเผยว่า ทุกแผนมีความชัดเจนเตรียมเสนอต่อ ศบค. เพื่อประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาช่วงกลางมิถุนายนนี้ ขณะเดียวกันได้เร่งประชาสัมพันธ์ไปยังประเทศเป้าหมาย พร้อมเตรียมแผนปรับปรุงรูปแบบการท่องเที่ยว อีกทั้งความพร้อมด้านต่างๆทั้งความปลอดภัยด้านสาธารณสุข กิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยวเพื่อการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นระยะแรกของการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวม 129,000 คน ประมาณการรายได้ 11,492 ล้านบาท

สำหรับสายการบิน ขานรับภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์อย่างคึกคักไม่น้อย สายการบินเอมิเรตส์ ประกาศให้บริการเที่ยวบินสู่ภูเก็ตจำนวน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 โดยเที่ยวบินเส้นทางดูไบ-ภูเก็ต ในวันอังคาร วันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ส่วนเที่ยวบินขากลับ ในวันพุธ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันจันทร์

นอกจากนี้ นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า พร้อมกลับมาให้บริการเส้นทางต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกครั้ง นับเป็นเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ในการกลับมาทำการบินครั้งนี้ สอดรับกับนโยบายภาครัฐในการผลักดันให้ภูเก็ต เป็นพื้นที่นำร่องในการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19

“ภูเก็ตถือเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ การเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจอีกด้วย”

 

เสียงคนพื้นที่ไม่เปิดเมือง…อยู่ไม่ไหว

นายเด่น เผยเบื้องหลังกว่าจะถึงวันนี้ว่า ถ้าไม่มีการเปิดประเทศภายในไตรมาส 3 หรือ 4 พวกเราคงอยู่ไม่ไหว ดังนั้นสิ่งสำคัญจากนี้คือ การเร่งประชาสัมพันธ์ และให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ Soft Loan เพราะปัจจุบันสามารถเข้าถึงเงินกู้นี้แค่เพียง 1% เท่านั้น

อีกทั้งหวังว่า อยากเห็นความเป็นไปได้ว่า ภูเก็ตจะสามารถเปิดได้ใน 1 กรกฎาคมนี้ เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวมาจากภูเก็ตมากถึง 80% ถึงแม้เวลานี้เราไม่อาจหวังแบบนั้น แต่ถ้าได้สัก 50% แล้วเกิดการจ้างงาน เกิดรายได้หมุนเวียนไปยังอาชีพต่างๆ เช่น โรงแรม รถทัวร์ ไกด์ ร้านขายของ เรือ

ด้าน นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า อาจจะมีนักท่องเที่ยว “น้อยกว่าปกติ” เพราะส่วนหนึ่งเป็นช่วง Low Season ประกอบกับเป้าหมายที่ ททท. ตั้งไว้ คือ 125,000 คน ในช่วงเวลา 3 เดือน (กรกฎาคม – กันยายน) คิดเป็นค่าเฉลี่ยแค่วันละ 1,000 กว่าคนเท่านั้น ที่ผ่านมาภูเก็ต เคยรับนักท่องเที่ยวมากที่สุด คือ วันละ 7 หมื่นคน ฉะนั้น ผู้ประกอบการมีความพร้อมสามารถรองรับได้อยู่

ดังนั้น ปฎิบัติการนำร่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จึงเป็นคำตอบของผู้ประกอบการว่า“อยู่ไหวหรือไม่” เพราะคำตอบสำคัญยังอยู่ที่มีวัคซีนพอฉีดหรือไม่ด้วย

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิสัมมาชีพเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.facebook.com/sammachiv

https://www.facebook.com/chumchonmeedee

https://www.youtube.com/user/RightLivelihoods

Back To Top