skip to Main Content
ย้อนรอย 1 ปีกับงานขยายผล SME ต้นแบบสัมมาชีพปี 60

ย้อนรอย 1 ปีกับงานขยายผล SME ต้นแบบสัมมาชีพปี 60

ย้อนรอย 1 ปีกับงานขยายผล SME ต้นแบบสัมมาชีพปี 60

กาแฟวาวี-เรือนไหมใบหม่อน-กรีนโกรท-ทีเจ.เฮาส์… ใครทำอะไร

งานรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2560 เป็นปีแรกที่มูลนิธิสัมมาชีพได้เพิ่มรางวัลต้นแบบสัมมาชีพอีก 2 รางวัลคือ รางวัล เอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพและรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ เพื่อเป็นไปตามปรัชญา “สัมมาชีพ” เต็มพื้นที่ โดยมีผู้ได้รับรางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ 4 รายและวิสาหกิจชุมชน 3 ราย ซึ่งเงินรางวัลเพื่อเป็นทุนสำหรับการขยายผลในการทำงานกับชุมชน หลังจากครบรอบ 1 ปี มูลนิธิสัมมาชีพ จึงขอนำเสนอความคืบหน้าแต่ละรายได้มีบทบาทกับชุมชนอย่างไร

บริษัทเรือนไหม-ใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ นับเป็นผู้ประกอบการที่กระตือรือร้นในการขยายผลรางวัลอย่างมาก  โดยร่วมกับกลุ่มทอผ้าไหมโบราณบ้านด่านเจริญ  พัฒนาเรื่องการทอผ้าไหม และการย้อมสีธรรมชาติ ส่งให้เกิดการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าราคาผ้าไหมให้กับชุมชน

นอกจากนี้ ยังขยายแนวคิดการประกอบอาชีพตามแนวทางสัมมาชีพกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและภาครัฐ จังหวัดสุรินทร์ โดยผลักดันให้เกิด Surin Dynamic ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการเอกชนในจังหวัดสุรินทร์ตัวแทนจากภาครัฐ และนักวิชาการ จัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนเป็นที่มาของการเกิดกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานไหมของแม่  การพัฒนาและเชื่อมร้อยเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนในตำบลสวาย และกระทม และกิจกรรมอื่นๆอย่างต่อเนื่อง

สำหรับบริษัททีเจเฮ้าส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม ได้ให้ความสำคัญกับการ พัฒนาเครือข่ายชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงไหม จากเดิมมีเพียงชุมชนบ้านหนองบัวแปะ อำเภอยางสีสุราช ต่อมามีการขยายการทำงานร่วมกับชุมชนเพิ่มมาอีก 1 ชุมชน คือ บ้านโอ๊ะ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม

นอกจากการส่งเสริมด้านความรู้แล้ว ยังรับซื้อรังไหมจากชุมชนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอาง จนกลายมาเป็นการสร้างสินค้าและผลิตภัณฑ์ คือ เครื่องสำอางจากโปรตีนรังไหม ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้เลี้ยงไหม ในจังหวัดมหาสารคาม

ขณะที่ บริษัทกรีนโกรท ออแกนิค จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกรายที่มีบทบาทโดดเด่นในด้านการประสานงานเครือข่ายชาวนา เพื่อพัฒนาเกษตรอินทรีย์ และเพิ่มปริมาณการผลิตกับเครือข่ายชาวนา ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติอุทัยธานี กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มผู้ผลิตข้าวปลอดสารพิษ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน มีบทบาทในการเปลี่ยนวิถีจากเกษตรเคมี มาเป็นเกษตรอินทรีย์ โดยบริษัทรับซื้อและจัดจำหน่ายในรูปแบบข้าวสาร และเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรอื่นๆ โดยเน้นวัตถุดิบในชุมชนที่มีอยู่แล้วหาทางสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และแก้ปัญหาราคาผลผลิตสินค้าเกษตรในชุมชน

ด้านบริษัทกาแฟวาวี จำกัด  ก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างการเรียนรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทำปุ๋ยหมักจากเปลือกเชอรี่ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้บำรุงดินในไร่กาแฟ เพื่อ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้เพิ่มให้กับครัวเรือน  สร้างการมีส่วนร่วมให้กับคนในชุมชน จากกิจการผลิตและจำหน่ายกาแฟ โดยปกติทั่วไปได้มีแนวคิดการประกอบกิจการในรูปแบบที่มีการส่งเสริมชุมชน และกลุ่มผู้ปลูกกาแฟ มาเป็นกาแฟ Organic สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมโดยการส่งเสริมให้ความรู้กับกลุ่มผู้ปลูกกาแฟ และมีการรับซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด

จะเห็นได้ว่าในห้วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 ราย ยังทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องตามนโยบายหลักของมูลนิธิสัมมาชีพที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม

……………………………………………………………………………………………

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top