skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
สะพรึง! โควิดแอฟริกาใต้กลายพันธุ์ หวั่น”โอไมครอน”ลามเข้าไทย

สะพรึง! โควิดแอฟริกาใต้กลายพันธุ์ หวั่น”โอไมครอน”ลามเข้าไทย

สะพรึง! โควิดแอฟริกาใต้กลายพันธุ์

หวั่น“โอไมครอน”ลามเข้าไทย

 

เสียงเตือนจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ให้เฝ้าระวังโควิดกลายพันธุ์ชื่อ “โอไมครอน” มีแหล่งมาจากแอฟริกาใต้ ซึ่งดื้อวัคซีน แพร่พันธุ์ง่าย ขยายตัวได้รวดเร็วถึง 32 จุดหนาม ซ้ำร้ายยังหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ เมื่อสิ้นเสียงเตือน ความแตกตื่นก็ได้ลามไปยังประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มอียูมีผู้ป่วยรายวันระลอกใหม่เพิ่มจำนวนนับหมื่นคน จึงวิตกว่า จะเป็นศูนย์กลางระบาดครั้งใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไทยยังไม่พบสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนฉีดวัคซีนเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง นอกจากนี้ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปรับมาตรการเพื่อความปลอดภัยสูงสุดเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในเบื้องต้นประเทศในทวีปแอฟริกาไม่ได้รวมอยู่ใน 63 ประเทศ/พื้นที่ ที่ไทยอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว

 

 

          

 

โควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” หรือ B.1.1.529 นับเป็นเชื้อกลายพันธุ์ตัวที่ 5 ต่อจากอัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา โดยสายพันธุ์ใหม่นี้พบครั้งแรกที่สาธารณรัฐบอตสวานา ทวีปแอฟริกา แล้วเชื้อลุกลามไปติดผู้คนในแอฟริกาใต้ ข้ามมาถึงฮองกง และอิสราเอล ซึ่งคาดว่า เสี่ยงต่อการระบาดใน 8 ประเทศ ได้แก่ บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว  ดังนั้นประเทศเหล่านี้จัดเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูง ต้องเฝ้าจับตาใกล้ชิด

 

WHO ประกาศให้โอไมครอน เป็นเชื้อใหม่กลายพันธุ์ที่น่ากังวล เรียกว่าเข้าข่ายอันตราย เพราะมีโปรตีนหนามถึง 32 ตำแหน่งมากกว่าทุกสายพันธุ์และแพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาถึง 2 เท่า จึงน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ดังนั้น ศบค. ประกาศมาตรการเร่งด่วนเมื่อ 27 พ.ย. ที่ผ่านมาให้คนจาก 8 ประเทศจากแอฟริกาที่เข้าไทยแล้วต้องกักตัว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2564 ส่วนที่ยังจะเข้ามาไทยนั้นจะไม่อนุญาตให้เข้าตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2564 และไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2564 ด้วย

 

สำหรับประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกา ซึ่งนอกเหนือจาก 8 ประเทศดังกล่าว จะไม่อนุญาตให้เข้าในรูปแบบ Test and Go และรูปแบบ Sandbox แต่สามารถเข้าไทยได้โดยการกักตัวในสถานกักกันที่ราชการกำหนดเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกห้องพักเป็นเวลา 14 วัน และจะต้องตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง ในช่วงวันที่ 0-1, 5-6 และ 12-13

 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. ตั้งข้อสังเกตุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แถบแอฟริกาใต้มีการกลายพันธุ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนน้อยสุด ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนจะร่วมกันทำให้ประเทศไทยปลอดภัย คือ มาร่วมกันฉีดวัคซีน คนฉีดไปแล้ว 2-3 เข็มกังวลว่าภูมิจะตก  จากการติดตาม ภูมิจะอยู่ระดับดีมาก 5-6 เดือน ซึ่ง สธ. เตรียมวัคซีนบูสเตอร์โดสไว้แล้ว เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นเพื่อลดการติดเชื้อ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยโดยไม่กักตัวเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น คนที่มาจากแถบแอฟริกาตอนใต้ที่มีการระบาดโควิด เดินทางเข้ามาจาก 12 ประเทศ จำนวน 1,007 คน ในสายการบินต่างๆ ซึ่งเข้ามาในรูปแบบของแซนด์บอกซ์ภูเก็ต แต่ตรวจไม่พบเชื้อ สายพันธุ์โอไมครอน

 

นอกจาก 8 ประเทศแล้วนั้น ไทยพบข้อมูลรายงานเชื้อโควิดประเทศต่างๆ ประปราย ส่วนโอไมครอน ถือเป็นข้อดีที่แต่ละประเทศร่วมกันตรวจจับหาเชื้อสายพันธุ์นี้ อย่างฮ่องกงเป็นผู้ติดเชื้อในแอฟริกาตอนใต้แล้วเดินทางไป ถือเป็นเคสนำเข้า จึงต้องจับตาใกล้ชิด

 

นพ.โอภาส ย้ำว่า การเปิดให้ 63 ประเทศเข้ามาไทยนั้น ในรูปแบบ Test & Go ไม่มีประเทศในแอฟริกาแม้แต่ประเทศเดียว ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ที่เข้า Test & Go ยังไม่มีการระบาดของสายพันธุ์นี้ และมีระบบเฝ้าระวังทั่วโลกและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อย่างฮ่องกงก็เป็นเคสนำเข้ายังไม่มีปัญหา

 

สิ่งที่น่ากังวลจากหลายฝ่ายกับการเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ 28 วันนั้น การระบาดแพร่เชื้อระลอกใหม่ในกลุ่มประเทศอียูช่วงหน้าหนาว เพิ่มขึ้นรายวันจำนวนนับหมื่นคนต่อประเทศสมาชิก จน WHO ย้ำเตือนประเมินการระบาดครั้งใหม่นี้ว่า ถึง มี.ค. ปีหน้าอาจมีชาวยุโรปเสียชีวิตจากโควิดเพิ่มถึง 700,000 คน ดังนั้น อียูจึงเรียกร้องให้สมาชิกทั้ง 27 ประเทศออก “มาตรการเร่งด่วน” เพื่อสกัดโควิด ส่วนประชาชนไม่พอใจการละเมิดสิทธิก็ออกมาชุมนุมต่อต้านรุนแรงเต็มถนน แต่ในโรงพยาบาลกลับเริ่มเผชิญวิกฤตขาดแคลนเตียงผู้ป่วยไอซียูมากขึ้น นั่นเป็นโลกวิสัยระลอกใหม่ที่กำลังเผชิญกันอยู่

 

การเผชิญหน้ากับโควิดนั้น จะรุนแรงแค่ไหน อธิบายได้จากปรากฎการณ์ติดเชื้อเพิ่มรายวัน โดยกรมควบคุมโรค สธ. ระบุการแพร่เชื้อใหม่รายวันของประเทศทั่วโลก เมื่อ 28 พ.ย.นี้ เฉพาะสหรัฐมีผู้ป่วยเพิ่มมากถึง 22,612 คน ในกลุ่มอียู เช่น อังกฤษป่วยเพิ่มใหม่ 39,567 คน รัสเซีย 33,946 คน ตุรกี 23,759 คน ฝรั่งเศล 37,218 คน อิตาลี 12,877 คน โปแลนด์ 26,182 คน และมากสุดซึ่งน่าหวั่นวิตกอย่างยิ่งคือ ในเยอรมันนีป่วยเพิ่ม 49,311 คน เป็นต้น แม้ผู้ป่วยใหม่มีมากขึ้นนี้ถูกเรียกว่า เกิดจากปัจจัยไม่ฉีดวัคซีนก็ตาม แต่การระบาดรวดเร็วยิ่งน่ากังวลอยู่ดี

 

และที่น่าสนใจและต้องกังวลอย่างยิ่งคือ สหรัฐและกลุ่มอียู เป็นกลุ่มประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยในโครงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัวมากที่สุด โดยข้อมูลเมื่อ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา คนต่างชาติเข้ามาไทยทั้งหมดมากถึง 116,323 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 149 คน ขณะที่ไทยยังมีผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในอัตราสูงต่อเนื่องเช่นกัน เมื่อ 28 พ.ย. ติดเพิ่มอีก 5,854 คน

 

 

ดังนั้น ความวิตกคือ การแอบแฝงของโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดง่าย แพร่พันธุ์เร็วจะเล็ดลอดลามเข้าไทย ซึ่งหวั่นสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ต้องรีบบูสเตอร์โดสเข็มสามกัน นายกรัฐมนตรีบอกวัคซีนมีพร้อม สั่งซื้อไฟเซอร์ปี 2565 อีก 30 ล้านโดสแล้ว

 

 


 

ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิสัมมาชีพเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.facebook.com/sammachiv

https://www.facebook.com/chumchonmeedee

https://www.youtube.com/user/RightLivelihoods

Back To Top