skip to Main Content

เชื่อหรือไม่ชาวนา “คิดนอกกรอบ” ปลูก “ข้าว” รายได้หลายแสนต่อเดือน

คงไม่มีใครเชื่อ หากจะบอกว่า อาชีพชาวนา มีรายได้เดือนละหลายแสน สวนทางกับชาวนาทั่วๆ ไปที่เอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง เขาทำได้อย่างไร วันนี้ มีตัวอย่างของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ประสบความสำเร็จ และขายผลผลิตข้าวได้สูงกว่าราคาตลาดถึงกิโลกรัมละ 60 – 70 บาท เดือนหนึ่งมีรายได้หลักแสนบาท จากพื้นที่ทำนา 50 ไร่เท่านั้น

“นายเหมี่ยว จงสดับกลาง” กลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อสังคม ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร คือคนที่ถูกพูดถึง หลายคนคงมีคำถามว่าทำได้อย่างไร หากตอบแบบกำปั้นทุบดิน คือ เขาปลูกข้าวที่คนอื่นไม่ปลูก เขานำข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ มาผสมกันจนได้ข้าวผสม   5 สายพันธุ์ ที่ผ่านการตรวจสอบถึงคุณประโยชน์มากกว่าการกินข้าวทั่วไปทำให้ทุกคนต้องยอมจ่ายแพง

    ทั้งนี้ข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์ที่นำมาปลูก แต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติที่โดดเด่น ที่ผ่านการวิจัยจากห้องแล็บว่าเป็นข้าว ที่มีสารอาหารที่แตกต่างกัน นำมาผสมกันทำให้ได้ข้าวที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วน ซึ่งข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่

  1. ข้าวเจ้าเหลือง เป็นข้าวสายพันธุ์ ที่เกิดจากการผสมระหว่าง ข้าวเหนียวแดงและข้าวเจ้าเหลือง เป็นข้าวสีเหลืองเข้มจนออกน้ำตาล  และเกิดความแข็งแรงของดีเอ็นเอ ทำให้ได้สารอาหาร ที่ช่วยผู้ที่มีบุตรยาก หรือถ้าคนที่ตั้งครรภ์รับประทานก็จะป้องกันการแท้งลูก หรือลูกพิการได้  แต่ที่เป็นไฮไลท์ ก็คือเป็นข้าวที่มีน้ำตาลน้อย เหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือความดัน
  2. ข้าวหอมมะลิแดง กรมการข้าวได้เสนอขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร เป็นพันธุ์ข้าวทั่วไป มีที่มาจากข้าวหอมมะลิ 105
  3. ข้าวเจ้าแดง ป้องกันโรคปากนกกระจอก โรคเหน็บชาและเสริมสร้างเม็ดเลือด เป็นต้น
  4. ข้าวเจ้าหอมนิล คือ ข้าวกล้องมีโปรตีนสูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณคาร์โบไฮเดรต 70 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ amylose 16 เปอร์เซ็นต์ และยังประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียม และโพแทสเซียม เยื่อหุ้มเมล็ดที่เป็นสีม่วงเข้มประกอบด้วยสาร แอนโทไซยานิน โพรแอนโทไซยานิน ไบโอฟลาโวนอยด์และวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  5. ข้าวหอมมะลิ ใช้ข้าวหอมมะลิ 105 เป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในไทย มีลักษณะกลิ่นหอมคล้ายใบเตย

แรงบันดาลใจที่นายเหมี่ยวหันมาทำข้าวทั้ง 5 ชนิด เพราะมองเห็นว่า ข้าวบางสายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์โบราณ ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครปลูก ต่อไปในอนาคตอาจหายไป ตรงนี้กลายเป็นช่องว่างทางการตลาด ไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งตัวเขาเองเป็นคนชอบที่คิดอะไรใหม่ๆ อยากรู้ว่าข้าวที่ปลูกมีคุณสมบัติ ประโยชน์อะไร ต่อร่างกายบ้าง จึงนำข้าวไปให้มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยทดสอบในห้องแล็บ และผลการทดสอบ พบคุณสมบัติเด่น ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ก็เลยนำข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์มาผสมกันและนำออกมาขาย เป็นรายแรก จับกลุ่มคนรักสุขภาพผลตอบรับก็ออกมาดีมากๆ

ช่องทางการจัดจำหน่ายก็ไม่ธรรมดา มีจำหน่ายที่ร้านเลมอนฟาร์ม ออเดอร์ประมาณ เดือนละ  2 ตัน ยอดขายราวๆ 2 แสนบาทต่อเดือน นอกจากนี้ เขาได้เปิดร้านขายปลีกที่ตลาดอตก. ซึ่งมียอดขายเกือบ 2 แสนบาทต่อเดือนเช่นกัน ส่วนราคาขายข้าวผสม 5 สายพันธุ์ อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 – 80 บาท

ส่วนตัวเขามีนาที่ปลูกข้าวอยู่ 50 ไร่ ที่เหลือจึงรับซื้อจากเกษตรกรเครือข่ายที่มีพื้นที่ปลูกอีก 100 ไร่โดยราคาที่รับซื้อ ได้แก่ ข้าวเจ้าเหลืองแพงสุด ราคาเกวียนละ 25,000 บาท ข้าวมะลิแดง ราคาเกวียนละ 20,000  บาท ข้าวจ้าวแดงราคาเกวียนละ 19,000 บาท ข้าวหอมนิล ราคาเกวียนละ 20,000 บาท และข้าวหอมมะลิทั่วไป ราคาเกวียนละ 17,000 บาท ราคานี้เป็นราคาข้าวที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์

          ความสำเร็จนี้อาจเป็นเพราะเขาชอบ “คิดนอกกรอบ” ปลูกข้าวเอง สีเอง และสุดท้ายคือขายทำตลาดเอง ทุกวันนี้ นายเหมี่ยวขายข้าวได้เดือนละเกือบ 4 ตัน  อย่าได้แปลกใจว่าทำไม นายเหมี่ยวจึงมีรายได้เดือนละหลายแสน

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top