skip to Main Content
เผยรางวัลต้นแบบสัมมาชีพปีนี้สุดคึกคัก วิสาหกิจชุมชน-เอสเอ็มอี ชิงกว่า100 ราย

เผยรางวัลต้นแบบสัมมาชีพปีนี้สุดคึกคัก วิสาหกิจชุมชน-เอสเอ็มอี ชิงกว่า100 ราย

งานมอบรางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ปีนี้คึกคักกว่าทุกปี วิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีแห่สมัครล้นทะลักกว่า 100 รายแต่ละรายล้วนมีจุดเด่นน่าสนใจ ส่วน “บุคคลสัมมาชีพ” ก็เกือบลงตัวคาดจัดปลาย พ.ย. นี้

รายงานข่าวจากมูลนิธิสัมมาชีพเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางมูลนิธิสัมมาชีพได้จัดเตรียมงานมอบรางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2561 อย่างคึกคักคาดว่าจะจัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยได้แบ่งการทำงานออกเป็น  2 ส่วน ส่วนแรก คือ คณะกรรมการจัดงาน มีคุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นประธานการจัดงานเช่นเคย หลังจากที่ในปีที่แล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

อีกส่วนหนึ่ง คือ คณะกรรมการสรรหามีทั้งหมด 3 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการสรรหารางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ คณะกรรมการสรรหารางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ และคณะกรรมการสรรหารางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ โดยคณะกรรมการสรรหาบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารมูลนิธิสัมมาชีพ ทำหน้าที่ในการสรรหาเพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการมูลนิธิ ที่มีคุณสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นประธานพิจารณาขั้นตอนสุดท้าย  ซึ่งในส่วนนี้มีความคืบหน้าไปเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

สำหรับกระบวนการสรรหานั้น ได้มีการพิจารณาอย่างพิถีพิถันด้วยความรอบคอบและชอบธรรม โดยบุคคลต้นแบบสัมมาชีพมีกรอบการพิจารณา เช่น การดำเนินชีวิตเป็นไปตามหลักสัมมาชีพ การบริหารธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน มีการบริหารจัดการที่ดี การมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลือชุมชนหรือสังคม และสิ่งแวดล้อม การบริหารงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เป็นต้น

ส่วนวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ  คณะกรรมการมีเกณฑ์ในการพิจารณา เช่น ประกอบกิจการตามหลักสัมมาอาชีวะ มีโครงสร้างและระเบียบการรวมกลุ่มหรือองค์กรเป็นที่ยอมรับของชุมชน ประสบความสำเร็จตามหลักความยั่งยืน แสดงออกถึงการใช้ทุนทางสังคมและทุนวัฒนธรรมในชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนช่วยเหลือชุมชน เป็นต้น

ส่วนเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ พิจารณาจากการประกอบกิจการตามหลักสัมมาอาชีวะ มีกระบวนการบริหารจัดการที่ดี แสดงออกถึงความยั่งยืนและมีกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกำไรติดต่อกัน 2 รอบปีบัญชีและมีการจัดทำบัญชีงบการเงินสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ เป็นต้น

ขณะนี้ มีผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นความจำนงเข้ามาจำนวนมาก ประกอบด้วย รางวัลวิสาหกิจชุมชนมีผู้สมัคร 59 ราย และรางวัลเอสเอ็มอีมีผู้สมัคร 47 ราย โดยผ่านเครือข่าย Biz Club เครือข่ายสมาพันธ์ SME เว็บไซต์มูลนิธิสัมมาชีพ เครือข่ายหอการค้า เครือข่าย สสว. เครือข่าย SME Bank เครือข่ายสภาอุตสาหกรรม เครือข่ายประชารัฐบึงกาฬ และเครือข่าย LFC โดยแบ่งเป็น ภาคเหนือ จำนวน 14 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 ราย ภาคกลาง 13 ราย ภาคใต้ 3 ราย และภาคตะวันออก 4 ราย

ส่วนรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ จำนวน 59 ราย ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนประเภทแปรรูป 48 ราย วิสาหกิจชุมชนประเภทท่องเที่ยว 7 รายและวิสาหกิจชุมชนประเภทออมทรัพย์ 4 ราย

นางสาวอารีย์ คงแจ่ม ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการ มูลนิธิสัมมาชีพ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า  วิสาหกิจชุมชนที่สมัครเข้ามาจะเห็นว่าความสนใจของกลุ่มวิสาหกิจและพัฒนาการที่เห็น เริ่มเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น แต่ละรายที่ส่งข้อมูล มีหลายกลุ่มค่อนข้างแข็งแรง เติบโต ดูได้จากตัวชี้วัดที่มูลนิธิทำไว้  5 ด้าน คือ ด้านการจัดการองค์กร ด้านการจัดการการประกอบการ ด้านจริยธรรม ด้านนวัตกรรมหรือความคิดสร้างสรรค์ในการทำกิจการ

ด้านผลลัพธ์ต่อชุมชน จะเห็นว่าแต่ละกลุ่มที่ส่งมา มีทั้ง 5 ด้าน แม้ระยะเวลาและความเข้มแข็งของแต่ละกลุ่มมีไม่เท่ากัน ซึ่งจะมีเกณฑ์เหล่านี้อยู่ แต่ระดับอาจจะต่างกัน

สิ่งที่น่าสนใจมากของวิสาหกิจรอบนี้ก็คือ ผลลัพธ์ของการประกอบกิจการ โดยส่วนใหญ่คืนกลับสู่ชุมชน ไปช่วยสังคม พอกลุ่มเริ่มมีกิจกรรม สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ก็ดึงลูกหลานที่ไปทำงานในเมือง กลับเข้ามาทำงานในชุมชนได้ อย่างเรื่องการท่องเที่ยวจะเห็นได้ชัดมาก

  “สำหรับรางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ ผู้ประกอบการเข้าใจการทำงานร่วมกับชุมชน คืนทุนให้กับสังคม เป็นไปตามเทรนด์ของประเทศ เพราะส่วนใหญ่ก็ต้องลงไปทำงานกับชุมชน ไปทำงานส่งเสริมพัฒนาชุมชน หรือสังคมเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ไม่ว่าจะสมัครรางวัลอะไรก็ต้องมีตัวนี้พ่วงตลอดเลย ทำให้ผู้ประกอบการตื่นตัว แล้วก็ลงไปร่วมกับชุมชน ร่วมส่งเสริมพัฒนาและ ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมมากขึ้น” นางสาวอารีย์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top