skip to Main Content
โควิดระลอกใหม่ รีบตื่นตัว-เร่งลดตื่นตูม

โควิดระลอกใหม่ รีบตื่นตัว-เร่งลดตื่นตูม

โควิดระลอกใหม่ รีบตื่นตัว-เร่งลดตื่นตูม

     เมื่อใช้วิถีสัมมาชีพมาทาบจับการระบาดเชื้อโรคโควิดรอบสองแล้ว ย่อมบ่งบอกถึงพฤติกรรมการเบียดเบียนได้ส่งผลร้ายต่อตนเองและสังคมอย่างเข้มข้น จนทำให้การหาอยู่หากินของชุมชนเริ่มเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยง

 

     แนวทางไม่เบียดเบียนของสัมมาชีพยึดเหนียวให้ชุมชนลดความสุ่มเสี่ยงกับการยังชีพที่เป็นทุกข์ อีกทั้งถ้ายึดแนวทางนี้อย่างเคร่งครัดย่อมนำพาสู่เป้าหมายยั่งยืนมั่นคง ดังนั้นการเบียดเบียนจึงเป็นทุกข์และเป็นสิ่งตรงข้ามตามแนวทางสัมมาชีพ

 

เบียดเบียนสมยอมจุดเริ่มชีวิตสุ่มเสี่ยง

     ชีวิตสุ่มเสี่ยงที่เกิดจากโควิดระบาดรอบสอง ล้วนมาจากการเบียดเบียนเพื่อกอบโกยหาประโยชน์จากการค้าแรงงานพม่าลักลอบเข้าประเทศ อีกทั้งยังละเลยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิดที่ปฏิบัติมาตลอด 1 ปี

 

     โควิดรอบสองระบาดในไทย เริ่มพบเมื่อต้นธันวาคมจากคนพม่าข้ามแดนที่ท่าขี้เหล็ก แม่สาย จังหวัดเชียงราย และแม่สอด จังหวัดตาก ถัดมายิ่งเกิดความแตกตื่นมากขึ้น เมื่อคนไทยทำงานในบ่อนการพนันฝังพม่าลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ยอมกักตัว หน่ำซ้ำยังเที่ยวพับบาร์ สนุกสุดเหวี่ยงยามราตรี และบางคนมาไกลถึงกรุงเทพ หรือไปจังหวัดอื่นๆตามความอยากจะไป

 

     อย่างไรก็ตาม ทั้งคนไทยและพม่าลักลอบข้ามแดนนั้น มีจุดร่วมเดียวกันคือ ผ่านขบวนการค้าแรงงานเถื่อนเพื่อหลบหลีกกฎหมาย จึงส่อถึงพฤติกรรมเบียดเบียนต่อตัวเองและผู้อื่นแบบสมยอมกัน จนนำพาให้สังคมสุ่มเสี่ยงกับแนวโน้มการระบาดของเชื้อโควิดอีกครั้ง

 

     แล้วผลกระทบก็ปรากฎขึ้น เมื่อเชื้อโควิดระบาดครั้งสำคัญในสมุทรสาคร ตั้งแต่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มจากแรงงานพม่าในตลาดกุ้งมหาชัย กระทั่งตัวเลขติดเชื้อพุ่งทะยานขึ้นในสัปดาห์เดียวพบการแพร่ระบาดลุกลามนับร้อยคนต่อวัน  ข้อมูล ศบค.เมื่อ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า แรงงานพม่าติดเชื้อรวมมากกว่า 1,300 คน แพร่ระบาดไป 31 จังหวัด

 

    ถัดมาวันที่ 28 ธันวาคม สมุทรสาครพบติดเชื้อรวมกว่า 1,500 คน พร้อมลุกลามไป 45 จังหวัด และกระจายตัวเป็นหย่อมๆ ทั่วทุกภาค โดยเฉพาะกรุงเทพติดเชื้อรวมมากที่สุด 108 คน นครปฐม 53 คน สมุทรปราการ 27 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่นับการแพร่ระบาดเชื้อในบ่อนการพนันจังหวัดระยองที่พบรวม 92 คนในช่วงเวลา 3 วันเท่านั้น

 

     ขณะนี้สมุทรสาคร เป็นพื้นที่สีแดงถูกจัดเป็นศูนย์กลางการระบาดโควิดรอบสอง แม้จังหวัดมีมาตรการล็อกดาวน์ตัวเอง ปิดโรงเรียนและสถานที่แหล่งรวมตัวคนหมู่มาก อีกอย่างในด้านเศรษฐกิจ การค้าขายเริ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่จังหวัดข้างเคียงยังห้ามคนสมุทรสาครเข้าพื้นที่อีกด้วย

 

     ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมมีโรงงาน 6,082 โรง มีจำนวนแรงงาน 345,284 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างด้าวมากถึง 233,071 คน ถ้าเชื่อมโยงแรงงานนับแสนย่อมวิตกจะมีผู้ติดเชื้ออีกมากโขที่ยังตรวจไม่พบ ดังนั้นภาวะสุ่มเสี่ยงกับโควิดระบาดจึงส่อผลกระทบให้เศรษฐกิจเกิดชะลอตัวครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่สอง

 

     เมื่อปรากฎการณ์ของคนสมุทรสาคร คือชีวิตเจ็บปวดอันเกิดจากภาวะเบียดเบียนสมยอมจากการค้าแรงงานมนุษย์ลักลอบข้ามแดน และเป็นการหาประโยชน์จากการละเลยความรับผิดชอบในยามสังคมผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด

 

     แล้วผลกระทบจากการเบียดเบียนสมยอมเช่นนี้ ส่อลุกลามไปสู่ความย่อยยับครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างน่าวิตกกับการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงปีที่สองของการแพร่ระบาดโควิด

 

ตื่นตูมภาวะระส่ำเหมารวม

     อาการตื่นตูมของสังคมปรากฎขึ้นด้วยการกระทำซ้ำเติมแบบ”เหมารวม” เนื่องจากสังคมประทับตราแรงงานพม่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค พร้อมทั้งไม่ไว้วางใจคนไทยติดต่อซื้อขายสินค้าจากตลาดสมุทรสาครจะเป็นผู้นำพาโควิดข้ามจังหวัด

 

     ความตื่นตูมของจังหวัดรอบข้างสมุทรสาครต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ไปด้วย พร้อมตั้งด่านตรวจสกัดผู้คนเดินทางจากสมุทรสาครเข้มงวด อีกทั้งจังหวัดมีแรงงานพม่าไปทำงานถูกจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสภาพอึดอัดแบบการเหมารวม กระทั่งแรงงานพม่าร้องโอดครวญถูกร้านค้าชิงชังไม่ขายของให้ ส่วนร้านอาหารทะเลปิดตัวลง กุ้งขายไม่ออก คนไม่กล้ากิน เจ้าของบ่อกุ้งราชบุรีกับนครปฐมตั้งแผงเรียงรายขายข้างถนนด้วยราคาถูกกว่าครึ่งที่เคยจำหน่ายได้

 

     สิ่งสำคัญการตื่นตูมแบบเหมารวมคือ อาการหวั่นวิตกกับโควิดที่ทำให้ชีวิตในรอบปีที่ผ่านมาย่อยยับ การทำมาหากินแทบล่มสิ้นเนื้อประดาตัว ประกอบกับสภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร คาดว่า ถ้าโควิดรอบสองระบาดนาน 1 เดือนจะทำลายเศรษฐกิจของจังหวัดย่อยยับถึง 3 หมื่นล้านบาท ดังนั้น อาการตื่นตูมในรอบที่สองจึงส่อแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น

 

     ฟากฝั่งรัฐบาลโหมปลุกสิทธิมนุษยชน ร้องขอให้คนไทยมีมนุษยธรรมกับแรงงานที่มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาประเทศ ยกชูความเป็นพี่น้องของประเทศเพื่อนบ้านมาลดทอนความระส่ำทางอารมณ์ตื่นตูมแบบเหมารวม

 

     ถึงที่สุดแล้ว การลดความตื่นตูมจึงจำเป็นต่อการดำรงชีวิตไปตามสภาพการณ์ของโควิดระบาด ทั้งคนในฐานะปัจเจกและชุมชนคงต้องเน้นการป้องการตัวเองเพื่อเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมทั้งไม่เบียดเบียนสังคม เพราะการเผชิญปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้าในยามนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่ายึดมาตรการทางสาธารณสุขให้มั่น แยกแยะและสื่อสารกันด้วยข้อมูลจริง ซึ่งจะช่วยลดทอนอาการตื่นตูมที่อยู่รอบตัวได้เป็นสำคัญ

 

ตื่นตัวการ์ดอย่าตก

     เสียงเตือน “การ์ดอย่าตก”ถี่ขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการปลุกสำนึกต่อสู้และป้องกันตัวจากการระบาดของโควิดรอบแรก โดยเน้นใช้เจลแอนกอฮอล์ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อ รักษาระยะห่างในชุมชนคนหมู่มาก และมาตรการเหล่านี้ได้กลับมาย่ำอีกครั้งในการระบาดรอบสอง

 

     ในการระบาดเชื้อโควิดรอบแรกเมื่อกลางมกราคมที่ผ่านมาจากนักท่องเที่ยวอู่ฮั่นชาวจีน และระบาดทีละเล็กทีละน้อยจากพบผู้ป่วยไม่เกิน 10 คน แล้วขยายรุนแรงไปกว้างขวางจากการแพร่เชื้อในสนามมวยลุมพินีจนมีผู้ติดเชื้อถึง 100 คนต่อวัน

 

     รัฐบาลนำมาตรการเข้มข้นเข้าสกัดการระบาด ใช้ทั้ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ประกาศเคอร์ฟิว และตั้งด่านตรวจเข้มงวดทั่วประเทศ โหมให้ตื่นตัวกับมาตรการสาธารณสุขเบื้องต้น จนเชื้อโควิดลดลง กระทั่งเมื่อกลางพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศและรักษาสถิติปลอดเชื้อได้นาน 100 วัน

 

     แล้วเสียงเตือนการ์ดอย่าตกเริ่มโหมโรงอีกครั้ง โดยชุมชนบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลับมาตื่นตัวตั้งด่านตรวจเข้ม วัดอุณหภูมินักท่องเที่ยวเพื่อเฝ้าระวังชุมชน ซึ่งเป็นมาตรการที่ชุมชนทำได้เบื้องต้น และมีบทเรียนสามารถยับยั้งการระบาดครั้งแรกอย่างได้ผลมาแล้ว

 

     ดังนั้น เมื่อคนไทยตื่นตัวกับมาตรการวิถีใหม่ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอนกอฮอล์ รักษาระยะห่าง กักตัวดูอาการ จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเข้มข้นขึ้นกับการระบาดโควิดในรอบที่สอง จนกว่าวัคซีนป้องกันโควิดจะมาถึงไทย ซึ่งเมื่อไรไม่รู้

 

     ดูเหมือนชีวิตโควิดหมุนวนมาย่ำรอยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง ในยามวิกฤตเช่นนี้เพียงขอแค่คนไทยตื่นตัวป้องกันตัวเองและให้ความร่วมมือกับมาตรการสาธารณสุข ท่องคาถาการ์ดอย่าตก ซึ่งเป็นมาตรการดีที่สุดที่ควรยึดปฎิบัติอย่างจริงจังและเข้มข้นขึ้น

 

     สิ่งสำคัญ ถ้าการ์ดไม่ตกแล้ว ย่อมปิดทางล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวประเทศไม่ให้กลับมาอีก เพราะสิ่งนั้นเป็นบทเรียนเจ็บปวดกับผลกระทบที่เชื้อโควิดระบาดรอบแรกมาแล้ว

 

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top