skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
“ชุมชนบ่อสวก”คว้ารางวัล UN ต้นแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“ชุมชนบ่อสวก”คว้ารางวัล UN ต้นแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“ชุมชนบ่อสวก”คว้ารางวัล UN

ต้นแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“ชุมชนบ่อสวก” ตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม“ต้นแบบ” วิถีชีวิตเรียบง่าย ชวนให้สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ แหล่งเตาเผาโบราณ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดำรงชีพพื้นบ้าน จนได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวของโลกปี 2021 (พ.ศ.2564) จากองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาติ หรือ UNWTO

 

ตำบลบ่อสวก มีหมู่บ้านทางปกครอง 13 หมู่บ้าน แต่เดิมเป็นที่อาศัยของชาวลั๊วะ เล่ากันว่า ในหมู่บ้านมีบ่อเกลือศักดิ์สิทธิ์เรียกกันว่า “บ่อซวก” แปลว่า “เกลือ” แล้วเพี้ยนเรียกกันว่า “บ่อสวก” ปัจจุบันยังปรากฏหลักฐานบ่อเกลืออยู่ที่กลางทุ่งนาจำนวน 2 บ่อ คือบ่อเกลือเหนือและบ่อเกลือใต้ โดยนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ที่นี่เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ของเมืองน่านในสมัยโบราณ

 

ในแต่ละหมู่บ้านล้วนมีวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มีแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ เช่น  แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก  หีบอ้อยโบราณบ้านป่าคา พระธาตุฉิมพลี วัดม่วงเจริญราษฎร์ พระธาตุทันใจดอยภูสะงืด ผ้าทอลายบ่อสวก เครื่องจักสาน สมุนไพร และผลิตผลทางการเกษตร

 

       

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ล้วนเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” อันเป็นรากฐานทรัพยากรทางเศรษฐกิจและก่อร่างวิถีชีวิตเรียบง่าย แล้วชุมชนนำมาบริหารจัดการให้เกิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวจนสามารถคว้ารางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวของโลกในการจัดประกวดขึ้นครั้งแรกของ UNWTO โดยมี 174 หมู่บ้านจาก 75 ประเทศสมาชิก UNWTO เสนอชื่อเข้าแข่งขัน ซึ่งรางวัลนี้ยังได้โอกาสให้ชุมชนบ่อสวกเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายหมู่บ้านยอดเยี่ยมของ UNWTO เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอีกด้วย”

 

ชุมชนต้นแบบ-รางวัลระดับโลก

นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า องค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาติ หรือ UNWTO ประกาศให้ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ่อสวก ได้รับรางวัล Upgrade Programme  ภายใต้การประกวดรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดเยี่ยม (Best Tourism Village) ประจำปี ค.ศ. 2021 ซึ่งการเข้าประกวดรางวัลครั้งนี้ อพท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้เสนอชื่อและผลักดัน

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “บ่อสวก” เคยรับรางวัลระดับประเทศ เช่น มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) มาตรฐาน Safety and Health Administration (SHA) รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี)  เป็นต้น ดังนั้น การได้รับรางวัลระดับโลกของชุมชนตำบลบ่อสวก ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับชุมชนและประเทศไทย เพราะทำให้ชุมชนแห่งนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนาที่มีเป้าหมายให้การท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตแบบยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

 

การท่องเที่ยวโดยชุมชนถือเป็นฐานรากของประเทศ มีฐานทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และทรัพยากร ที่สามารถนำมาบริหารจัดการให้เกิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวได้ และบ่อสวก เป็นชุมชนต้นแบบที่ อพท. พัฒนามาเกือบ 10 ปี มีจุดเด่นที่เป็นอัตลักษณ์ คือ วัฒนธรรม วิถีชีวิต แล้วพัฒนาให้เกิดเป็นการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์  เช่น กิจกรรมการทำเครื่องปั้นดินเผา งานจักสานไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อีกทั้งยังเป็นแหล่งโบราณคดีเตาเผาโบราณ มีภูมิปัญญาการทอผ้าที่ได้ต่อยอดไปสู่แบรนด์ “น่านเน้อเจ้า” 

 

สำหรับการประกวด Best Tourism Villages by UNWTO เน้นส่งเสริมบทบาทการท่องเที่ยวเพื่อคุ้มครองหมู่บ้านในชนบทไปพร้อมกับการรักษาความหลากหลายทางทัศนียภาพ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม รางวัลดังกล่าวตัดสินโดยคณะกรรมการอิสระโดยมีเกณฑ์ 9 ประการ ได้แก่ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม การส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรทางวัฒนธรรม ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนทางสังคม ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ศักยภาพ ทางการท่องเที่ยวและการบูรณาการ การพัฒนาให้เข้ากับห่วงโซ่การผลิต ความมีธรรมาภิบาลและการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมโยง สุขภาพ ความปลอดภัยและความมั่นคง

 

ปีใหม่ไปเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

จุดท่องเที่ยวในชุมชนบ่อสวกนั้นเน้นที่ประวัติศาสตร์ในชุมชน รวมถึงสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและอาชีพของชาวบ้าน เริ่มต้นที่ “บ้านโบราณเฮือนอุ๊ยดี” เป็นเรือนไม้เก่าแก่แบบเมืองเหนืออายุราว 100 ปี ที่นี่ทำให้เห็นภาพบ้านเรือนเก่าๆ สมัยอดีต ที่จะแบ่งส่วนต่างๆ ของบ้านตามลักษณะการใช้สอย ตัวบ้านเป็นแบบยกใต้ถุนสูง เสาเรือนทำจากไม้ทั้งต้น และเรือนหลังนี้ปัจจุบันเจ้าของยังใช้พักอาศัยอยู่

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือ “แหล่งเตาเผาโบราณบ้านจ่ามนัส” เป็นแหล่งเตาเผาโบราณที่สำคัญของล้านนา มีความเก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดอายุราว 600-700 ปี และรูปแบบของเครื่องถ้วยชามเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงลวดลายเฉพาะตัวของบ้านบ่อสวก คือ เครื่องปั้นดินเผาประดับลายอินธนู

 

เตาเผาโบราณที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ ถูกขุดค้นตามขั้นตอนทางโบราณคดี และปัจจุบันได้เปิดหลุมขุดค้นไว้ให้ได้ศึกษา โดยจ่ามนัส ติคำ เป็นผู้ดูแลพื้นที่และให้ข้อมูลต่างๆ แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ภายในเตาเผาโบราณที่ขุดค้นแล้วก็มีทั้งไห ถ้วย ชาม จาน ซึ่งจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม

 

นอกจากนี้ ในบริเวณบ้านของจ่ามนัส ยังมี “พิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น” เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เก็บรวบรวมของเก่า ของโบราณ มาไว้ในบ้านเก่า ข้าวของทั้งหมดเป็นของเก่าที่เคยใช้สอยในบ้าน อาทิ กระต่ายขูดมะพร้าว ครกไม้ ตาชั่ง รวมทั้งมีเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้มาตัดแสดงให้ชมด้วย

 

 

 

อีกทั้ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบบ่อสวกได้ที่ “กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ่อสวก” ซึ่งสมาชิกของกลุ่มจะสอนตั้งแต่การขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผาด้วยแป้นหมุน และสาธิตการปั้นลายบ่อสวกที่มีเอกลักษณ์ทั้งสองลาย คือ ลายอินธนู และ ลายนกฮูก นักท่องเที่ยวสามารถลงมือทำเครื่องปั้นดินเผาของตัวเอง และไปเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาเป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปได้ด้วย

 

 

 

ชุมชนบ่อสวก ยังมีกิจกรรมทำ “ไส้อั่ว”ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิต เริ่มตั้งแต่การผสมเนื้อหมูกับสมุนไพรต่างๆ ก่อนจะยัดลงในไส้ และนำไปอบจนหอมกรุ่นตามสูตรของแม่คำป่วน มันจันทร์

 

       

 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีจุดควรได้เรียนรู้การทอผ้าที่ “กลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง” เริ่มจากการปั่นฝ้าย การย้อม การทอผ้า ตามแบบฉบับของชาวบ้านซาวหลวง และมีลวดลายเฉพาะตัวที่ได้ต้นแบบมาจากเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่ค้นพบในชุมชนบ่อสวก นำมาพัฒนาเป็นลวดลายเฉพาะ ผสมกับลวดลายโบราณของเมืองน่าน ซึ่งในจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถทดลองลงมือทำตั้งแต่ขั้นตอนการปั่นฝ้ายไปจนถึงการทอผ้า แล้วก็ยังไปเลือกชมผ้าที่ทอเสร็จสวยงามแล้ว เผื่อซื้อกลับไปใช้หรือเป็นของฝากได้ด้วย

 

 

พักโฮมสเตย์กินอาหารพื้นบ้าน-ตื่นเช้าเข้าวัดทำบุญ

ที่ชุมชนบ่อสวก นอกจากจะมาเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ แล้ว ยังมี “โฮมสเตย์บ้านบ่อสวก” ที่เกิดขึ้นจากการที่กลุ่มชุมชนสนใจเรื่องการท่องเที่ยวหันมาร่วมมือกันทำ “โฮมสเตย์สไตล์ลูกทุ่ง” ที่จะทำให้ผู้ที่เข้ามาพักได้สัมผัสบรรยากาศแบบบ้านๆ ตามสไตล์ชุมชนบ่อสวก ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สดชื่นและสีเขียวของทุ่งนา

 

หากพักที่โฮมสเตย์จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อเฒ่า แม่แก่ พร้อมได้พักผ่อนในบ้านที่อบอุ่นแสนสบาย ลมเย็นพัดผ่าน ได้บรรยากาศท้องทุ่งนา ชายป่าตีนเขา ยังได้ชิมอาหารอร่อยๆ ฝีมือแม่แก่ แม้จะเป็นอาหารการกินแบบพื้นบ้าน แต่รสชาติทั้งมื้อเย็นและมื้อเช้าถูกปาก ถูกใจ เพราะใช้วัตถุดิบที่ส่วนใหญ่หาได้ภายในชุมชน เมนูที่นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มรส เช่น เมี่ยงคำสมุนไพรน้ำอ้อย, ไส้อั่ว, พริกน้ำปู, แกงฮังเล, น้ำพริกอ่อง, น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกข่า, น้ำพริกหน่อไม้ดอง, แหนมเห็ด, แกงบอน, แกงขนุน, แกงแคไก่บ้าน, น้ำอ้อย, ขนมปาด, ข้าวต้มหัวหงอก, ขนมเหนียบ, ขนมจ๊อก และอื่นๆที่หาได้จากชุมชน

 

 

อีกอย่างในยามเช้าตรู่ ตื่นนอนได้ไปทำบุญตักบาตรที่ “วัดบ่อสวก” ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานที่ทำจากไม้ ศิลปะแบบล้านนา หน้าบันของพระอุโบสถทำจากไม้ตามแบบดั้งเดิมของวัดในจังหวัดน่าน ประดับด้วยรูปเทพพนมด้านบน ด้านล่างเป็นรูปครุฑที่แกะสลักจากไม้ ส่วนที่ด้านหน้าวัดมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และพระธาตุศรีจอมบ่อสวก ประดิษฐานอยู่

 

 

 

เมื่อถึงเวลากลับ ยังมีจุดท่องเที่ยวธรรมชาติบริเวณใกล้ๆ ให้แวะเข้าไปชื่นชมได้อีก เช่น พิพิธภัณฑ์วัดบ้านนาซาวสามัคคี ในตำบลนาซาว หรือแวะไหว้พระที่วัดภูมินทร์ ไหว้สาพระธาตุแช่แห้ง ขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองน่านที่วัดพระธาตุเขาน้อยในยามเย็น เป็นการสัมผัสเมืองน่านในแบบบ้านๆ อย่างลึกซึ้ง

 

ปีใหม่ 2565 ชวนกันไปสัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้าน ที่ดำรงชีพตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ใส่ผ้าซิ่นทอด้วยเครื่องมือของภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้เรียนรู้แหล่งชีวิตการประกอบเครื่องปั้นดินเผาเตาโบราณ เข้าวัดไหว้พระขอพรเป็นศิริมงคล จัดเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย


 

ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิสัมมาชีพเพิ่มเติมได้ที่:

 

 

 

https://www.facebook.com/sammachiv

https://www.facebook.com/chumchonmeedee

https://www.youtube.com/user/RightLivelihoods

Back To Top