skip to Main Content
“มูลนิธิสัมมาชีพ” จับมือ “ไทยเบฟ” ยกระดับ 2 วิสาหกิจชุมชน “สระยายชี-งิ้วราย”

“มูลนิธิสัมมาชีพ” จับมือ “ไทยเบฟ” ยกระดับ 2 วิสาหกิจชุมชน “สระยายชี-งิ้วราย”

          เนื่องจากพื้นที่ “วิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ ด้านออมทรัพย์และสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี” จ.พิจิตร ซึ่งได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบประจำปี 2561 อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ “วิสาหกิจชุมชนผลิตและขยายพันธุ์ข้าว ตำบลงิ้วราย” ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความดูแลบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

 

          ดังนั้นมูลนิธิสัมมาชีพและบริษัทไทยเบฟจึงทำความตกลงร่วมมือกัน ในการพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และความร่วมมืออื่นๆ ร่วมกัน

          เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสัมมาชีพกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทไทยเบฟ ได้ลงพื้นที่พร้อมกันเพื่อประชุมหารือกับผู้นำชุมชนทั้งสองแห่งเพื่อหาแนวทางในความร่วมมือกัน พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้างานขยายผลรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 61 ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชีด้วย

 

          ในการลงพื้นที่พบว่าหลังจากกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิตบ้านสระยายชีได้รับรางวัลไปแล้ว ก็เร่งดำเนินการขยายผลรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ โดยนำเงินรางวัลที่ได้ นำมาปรับปรุงตลาดลานค้าชุมชน เพื่อต่อยอดให้มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นตลาดที่คนในชุมชนนำสินค้าของชุมชนมาขายในราคาไม่แพง ปัจจุบันลานค้าชุมชนมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายสินค้า จำนวน 40-50 รายต่อวัน เก็บค่าแผงวันละ 15 บาท ทั้งนี้ ลานค้าชุมชนถือเป็นโครงการหลักที่ได้ทำการขยายผลรางวัล

 

          นอกจากนี้ยังได้ขยายแนวคิดด้านออมทรัพย์ การบริหารจัดการในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 10 จังหวัด ภายใต้การเป็นโรงเรียนต้นแบบ “ออมทรัพย์ชุมชน” และขยายฐานออมทรัพย์จากกลุ่มต้นแบบ ไปยังโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ โดยการไปส่งเสริมแนวคิดการจัดการ แนวทางการบริหารด้านออมทรัพย์ จำนวน 2 โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนมัธยมที่อยู่ในโครงการนี้ได้รับรางวัลด้านการส่งเสริมการออมดีเด่นจากกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

          ส่วนกิจการอื่นๆ ของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี ก็มีความก้าวหน้าตามลำดับ เช่น วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวเนินปอ ทำกิจการลานตากข้าว ให้บริการการสีข้าว แต่ยังมีปัญหาเรื่องแพ็คเก็จสินค้าที่จะต้องปรับปรุงให้น่าสนใจมากขึ้น รวมถึงเครื่องสีข้าวที่มีอยู่มีกำลังการผลิตน้อย สีข้าวได้วันละ 4 ตันเท่านั้น บางครั้งไม่เพียงพอต่อออเดอร์ที่ได้รับ นอกจากนี้ยังมี “ร้านค้าสวัสดิการชุมชน” สมาชิกจะเป็นคนในชุมชน รายได้ต่อเดือนเฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท

          สำหรับกิจการกลุ่มเกษตรกรทำนาเนินปอ ภายใต้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชีจะมีกลุ่มไร่นาสวนผสม ซึ่งมีจำนวนสมาชิกจำนวน 28 ราย และใช้พื้นที่ 3 ไร่ เพื่อร่วมกันทำการเกษตรอินทรีย์ ปลูกผัก ปลูกแตงไทย ปลอดสารพิษ เป็นการสร้างอาชีพเสริมให้กับคนในบ้านสระยายชีเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

 

          สุดท้ายคือ “กลุ่มทอผ้า” สมาชิกจำนวน 20 กว่าคน ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อคือผ้าตีนจก และทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากกรมหม่อนไหม เพื่อนำผลิตภัณฑ์กลุ่มส่งเข้าประกวดรางวัลนกยูงทอง ส่วนด้านการออมทรัพย์ ปัจจุบันมีเงินสัจจะเป็นเงิน 45 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 3 ล้าน ปัจจุบันยังคงมีสมาชิกจำนวน 1,475 คน ซึ่งจะรับสมาชิกเพิ่มในเดือนมิถุนายนนี้

 

          ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทั้งสององค์กร ยังได้ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตและขยายพันธุ์ข้าวตำบลงิ้วราย โดยมี “คุณพิษณุ อรรคนิวาส” กรรมการกลุ่มวิสาหกิจ ได้ให้ข้อมูลการจัดตั้งกลุ่มว่า เกิดจากปัญหาต้นทุนการผลิตสูง เช่น พันธุ์ข้าว ปุ๋ยเคมี สารเคมี รวมทั้งปัญหาแหล่งพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้อง และชุมชนยังขาดองค์ความรู้เรื่องการผลิตและการใช้ปัจจัยการผลิตดังกล่าว ซึ่งจากที่มีเกษตรกรในหมู่บ้านมีการเสียชีวิตในการใช้สารเคมีมากและใช้ไม่ถูกวิธี

          จึงเกิดการรวมตัวจัดตั้งกลุ่ม โดยมี กศน. อำเภอตะพานหิน เป็นหน่วยงานแรกที่เข้ามาพัฒนาความรู้และพาไปศึกษาดูงานที่บ้านโพส้ม เกี่ยวกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง และไปเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เดชา ศิริภัทร และปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 109 คน โดยมีพื้นที่คนปลูกข้าวในพื้นที่ 10,000 กว่าไร่

 

          สำหรับด้านความร่วมมือกับกลุ่มออมทรัพย์สระยายชีนั้น ในเบื้องต้นจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานการทำโรงสี ระหว่างงิ้วรายและเนินปอ (เป็นเครือข่ายโรงสีข้าวชุมชนร่วมกันระดับจังหวัดพิจิตร) และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสินค้าร่วมกัน มีการสร้างผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ภายใต้แบรนด์ดาวชาละวัน

         ทางกลุ่มวิสาหกิจโรงสีข้าวเนินปอ ยังได้มอบเครื่องยิงสีให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตและขยายพันธุ์ข้าวตำบลงิ้วราย เพราะเห็นว่าน่าจะได้ใช้ประโยชน์มากกว่า ขณะเดียวกันทั้งสองกลุ่มได้วางแผนร่วมกันในโครงการส่งผักปลอดสารเข้าโรงพยาบาล โดยมีบริษัทไทยเบฟเวอเรจเป็นผู้ร่วมดำเนินโครงการ

 

          นอกจากนี้ทางได้ก่อตั้งสัจจะออมทรัพย์ ซึ่งเริ่มมาประมาณเดือนกันยายน 2561 ตอนนี้มีสมาชิก 140 คน มีกรรมการกลุ่ม 9 คน มีเงินสัจจะออมทรัพย์ 60,000 บาท โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี เป็นต้นแบบการออมทรัพย์พร้อมกับเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษา

          นับว่าเป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญในการร่วมมือระดับองค์กร ระหว่างมูลนิธิสัมมาชีพกับบริษัทไทยเบฟ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน และยังเป็นการร่วมมือกันระหว่างวิสาหกิจชุมชนทั้งสองแห่งอีกด้วย

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top