skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
Communication chat icon above cityscape in the night light of the city.

เปิดแนวคิด“ไม้ค้ำยัน” นิยามใหม่ สสว.ดันสินค้าเกษตร

Communication chat icon above cityscape in the night light of the city.

 

    นายมงคล ลีลาธรรม ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้รับการยอมรับเป็น “สุดยอดกูรู”ทั้งด้านเศรษฐกิจสินค้าและการตลาด ร่วมทั้งแนวคิดการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าให้ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยในสังคมไทย

 

   โดย สสว.ขยายนิยามการช่วยเหลือเข้าไปถึงผู้ประกอบการภาคเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าชุมชนได้เติมทุนธรรมชาติและทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นมูลค่า พร้อมยกระดับราคาสินค้าให้เพิ่มขึ้น

 

   แนวความคิดตามนิยามใหม่นี้ นายมงคล จะถ่ายเทในฐานะวิทยากรหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 11 ในหัวข้อ “สินค้าอาหาร” ทางรอด ทางรุ่งเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงเดือนตุลาคมนี้

 

   อย่างไรก็ตาม หากเปิดแนวคิดหยาบๆ เพื่อรับรู้ภารกิจ สสว.ยุคนิยามใหม่แล้ว คงอยู่ในแกนกลางการช่วยประคับประคองให้ผู้ประกอบการตัวเล็กอยู่รอดปลอดภัย มีความแข็งแรงและส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

 

   ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จากเดิมนิยาม สสว.แบบเก่า ไม่เคยถูกนิยามภาคเกษตรลงไปในคำว่า วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม แต่วันนี้ สสว. ขยายนิยามใหม่ไปถึงภาคเกษตร พร้อมเติมภารกิจไม้ค้ำยันให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรได้ด้วย โดยไม่ปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวในท้องทุ่งเดียวดาย

 

   อีกทั้ง ยังเพิ่มบทบาทลูกหลานบัณฑิต พร้อมหนุนส่งให้กลับสู่ชนบท โดย สสว.ตั้งศูนย์บ่มเพาะ “คนกล้าคืนถิ่น” “บัณฑิตคืนทุ่ง” “คนหนุ่มสาวคืนสวนนาไร่” ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อลงในพื้นที่ เติมความแข็งแรงให้ SME ทั้งหลาย นั่นเท่ากับใช้พลังคนหนุ่มสาวผู้มีศักยภาพใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอีกทางหนึ่ง

 

   รวมความแล้ว นิยามใหม่ที่เป็นรูปธรรมในยุคโควิด-19 ระบาด สิ่งที่ปรากฎในสังคมไทย คือ เริ่มมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการเล็กๆ มียอดขายเพียง 1.8 ล้านบาทต่อปี มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน จนถึง 5 คน ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 9 ล้านกว่าคน สสว.จะบูรณาการงบประมาณของหลายหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับ SME ให้เป็นไปช่วยเป็นไม้ค้ำยัน

 

   นอกจากนี้ นายมงคล เน้นว่า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ “การเพิ่มพูนต่อยอดจากฐานของทุนแผ่นดิน” หรือการเจริญเติบโตของประเทศ ซึ่งวันนี้เรา SME มีคนประมาณ 16 ล้านคน ยังมี GDP ในสัดส่วนไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้ว สัดส่วนจะตกประมาณราวๆ 80 เปอร์เซ็นต์

 

   ดังนั้น การเพิ่ม GDP พื้นฐานอยู่ที่การเติมศัยกภาพของสินค้าชุมชนการเกษตรมีมูลค่าขึ้น โดยสินค้าควรมีทุนแผ่นดินมาเป็นองค์ประกอบการสร้างราคาได้ด้วย ผสานกับการนำทุนวัฒนธรรมทุกพื้นที่ทั่วไทยมาแปรรูป สร้างยี่ห้อสินค้าประเทศชาติ เหมือนกับประเทศอิตาลี นำอาหารเป็นแหล่งร่วมสังคมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการเริ่มต้นสร้างความรู้สึกในด้านอาหาร เช่น มักกะโรนี พีซซา สปากิตตี้ น้ำมันมะกอก เป็นต้น

 

   สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นแนวคิดของ สสว. ในนิยามใหม่ “ขอเป็นไม้ค้ำยัน” ให้คนตัวเล็กตัวน้อยในประเทศ ร่วมทั้งคนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้ประกอบการในแผ่นดิน โดยอาสาเป็นผู้เติมพลังปัญญาความรู้ เติมทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรม ไปขับเคลื่อนกันเพิ่มมูลค่า ความสามารถในการแข่งขันและมีความแตกต่างโดดเด่น

 

   อย่างไรก็ตาม การสร้างความโดดเด่นนั้น นายมงคล เสนอแนวคิดการตลาดบันได 5 ขั้นให้ผู้ประกอบการเพิ่มราคาสินค้า คือ ความคิด เรื่องราว ออกแบบ มาตรฐาน และออนไลน์ แต่สิ่งสำคัญต้องแปรรูปให้ได้ โดยเขายกตัวอย่างการเพิ่มมูลค่าสินค้าไก่ย่างสวนกวาง ในยุคโควิด ถ้าใช้เครื่องบินมาขนสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดจะทำให้ขยายตลาดมากขึ้น

 

  เขาอธิบายว่า ไก่ย่างสวนกวาง มีเทคนิคการทำไก่ย่างเฉพาะถิ่น แล้วยังประสานเทคโนโลยีแบบสูญญากาศมาบรรจุสินค้าให้อยู่ได้ถึง 7 วัน แล้วส่งขาย จะสามารถเปิดตลาดไปถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามชื่นชอบไก่ย่างสวนกวางอย่างมาก

 

  อีกอย่าง การเพิ่มสินค้าท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยเติมการขายธรรมชาติ ขายทุนทางวัฒนธรรมเข้าไปในองค์ประกอบขายอาหาร และห้องพักโรงแรม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เพิ่มราคาในห้องพักแล้วนำทุนวัฒนธรรม ทุนธรรมชาติท่องเที่ยวเข้าไปประสานด้วย เช่น แหล่งท่องเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน จากขายแต่ห้องพักราคาแค่ 600 บาท เมื่อเพิ่มทุนทางวัฒธรรมเข้ามาเป็นสินค้าแล้ว ทำให้มูลค่าเมได้ถึง 15,000 บาท โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับธรรมชาติแตกต่าง และไม่มีผู้คนรู้จักมาก่อน

 

   ดังนั้น ทุนวัฒนธรรม จึงเป็นแนวคิดแบบไม้ค้ำยันในการสร้างสังคมผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ และเป็นสังคมที่ สสว.จะช่วยประคับประคองการเติบใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่ผสานทุนแผ่นดินท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าสินค้าขึ้นมา นี่คืองานที่นายมงคล บอกว่า ท้าทายกับการวางฐานรากของประเทศให้มั่นคง เพื่อวันข้างหน้าของสังคมไทย

 

   อย่างไรก็ตาม แนวความคิดทั้งหมดนั้น เป็นการสื่อต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง และหลักคิดเหล่านี้จะถูกอธิบาย ชี้แนะ และตอกย้ำความรู้ เพิ่มเติมบทบาทอีกครั้งในการวิทยากรหลักสูตรผู้นำ-นำการเมืองเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 11 โดยมูลนิธิสัมมาชีพจัดขึ้นในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม – 29  พฤศจิกายน 2563

 

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.right-livelihoods.org/chanchage-leadership/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-11/

Back To Top