skip to Main Content

เปิดแนวคิด“ไม้ค้ำยัน” นิยามใหม่ สสว.ดันสินค้าเกษตร

Communication chat icon above cityscape in the night light of the city.

 

    นายมงคล ลีลาธรรม ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้รับการยอมรับเป็น “สุดยอดกูรู”ทั้งด้านเศรษฐกิจสินค้าและการตลาด ร่วมทั้งแนวคิดการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าให้ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยในสังคมไทย

 

   โดย สสว.ขยายนิยามการช่วยเหลือเข้าไปถึงผู้ประกอบการภาคเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าชุมชนได้เติมทุนธรรมชาติและทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นมูลค่า พร้อมยกระดับราคาสินค้าให้เพิ่มขึ้น

 

   แนวความคิดตามนิยามใหม่นี้ นายมงคล จะถ่ายเทในฐานะวิทยากรหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 11 ในหัวข้อ “สินค้าอาหาร” ทางรอด ทางรุ่งเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงเดือนตุลาคมนี้

 

   อย่างไรก็ตาม หากเปิดแนวคิดหยาบๆ เพื่อรับรู้ภารกิจ สสว.ยุคนิยามใหม่แล้ว คงอยู่ในแกนกลางการช่วยประคับประคองให้ผู้ประกอบการตัวเล็กอยู่รอดปลอดภัย มีความแข็งแรงและส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

 

   ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จากเดิมนิยาม สสว.แบบเก่า ไม่เคยถูกนิยามภาคเกษตรลงไปในคำว่า วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม แต่วันนี้ สสว. ขยายนิยามใหม่ไปถึงภาคเกษตร พร้อมเติมภารกิจไม้ค้ำยันให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรได้ด้วย โดยไม่ปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวในท้องทุ่งเดียวดาย

 

   อีกทั้ง ยังเพิ่มบทบาทลูกหลานบัณฑิต พร้อมหนุนส่งให้กลับสู่ชนบท โดย สสว.ตั้งศูนย์บ่มเพาะ “คนกล้าคืนถิ่น” “บัณฑิตคืนทุ่ง” “คนหนุ่มสาวคืนสวนนาไร่” ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อลงในพื้นที่ เติมความแข็งแรงให้ SME ทั้งหลาย นั่นเท่ากับใช้พลังคนหนุ่มสาวผู้มีศักยภาพใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอีกทางหนึ่ง

 

   รวมความแล้ว นิยามใหม่ที่เป็นรูปธรรมในยุคโควิด-19 ระบาด สิ่งที่ปรากฎในสังคมไทย คือ เริ่มมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการเล็กๆ มียอดขายเพียง 1.8 ล้านบาทต่อปี มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน จนถึง 5 คน ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 9 ล้านกว่าคน สสว.จะบูรณาการงบประมาณของหลายหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับ SME ให้เป็นไปช่วยเป็นไม้ค้ำยัน

 

   นอกจากนี้ นายมงคล เน้นว่า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ “การเพิ่มพูนต่อยอดจากฐานของทุนแผ่นดิน” หรือการเจริญเติบโตของประเทศ ซึ่งวันนี้เรา SME มีคนประมาณ 16 ล้านคน ยังมี GDP ในสัดส่วนไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้ว สัดส่วนจะตกประมาณราวๆ 80 เปอร์เซ็นต์

 

   ดังนั้น การเพิ่ม GDP พื้นฐานอยู่ที่การเติมศัยกภาพของสินค้าชุมชนการเกษตรมีมูลค่าขึ้น โดยสินค้าควรมีทุนแผ่นดินมาเป็นองค์ประกอบการสร้างราคาได้ด้วย ผสานกับการนำทุนวัฒนธรรมทุกพื้นที่ทั่วไทยมาแปรรูป สร้างยี่ห้อสินค้าประเทศชาติ เหมือนกับประเทศอิตาลี นำอาหารเป็นแหล่งร่วมสังคมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการเริ่มต้นสร้างความรู้สึกในด้านอาหาร เช่น มักกะโรนี พีซซา สปากิตตี้ น้ำมันมะกอก เป็นต้น

 

   สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นแนวคิดของ สสว. ในนิยามใหม่ “ขอเป็นไม้ค้ำยัน” ให้คนตัวเล็กตัวน้อยในประเทศ ร่วมทั้งคนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้ประกอบการในแผ่นดิน โดยอาสาเป็นผู้เติมพลังปัญญาความรู้ เติมทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรม ไปขับเคลื่อนกันเพิ่มมูลค่า ความสามารถในการแข่งขันและมีความแตกต่างโดดเด่น

 

   อย่างไรก็ตาม การสร้างความโดดเด่นนั้น นายมงคล เสนอแนวคิดการตลาดบันได 5 ขั้นให้ผู้ประกอบการเพิ่มราคาสินค้า คือ ความคิด เรื่องราว ออกแบบ มาตรฐาน และออนไลน์ แต่สิ่งสำคัญต้องแปรรูปให้ได้ โดยเขายกตัวอย่างการเพิ่มมูลค่าสินค้าไก่ย่างสวนกวาง ในยุคโควิด ถ้าใช้เครื่องบินมาขนสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดจะทำให้ขยายตลาดมากขึ้น

 

  เขาอธิบายว่า ไก่ย่างสวนกวาง มีเทคนิคการทำไก่ย่างเฉพาะถิ่น แล้วยังประสานเทคโนโลยีแบบสูญญากาศมาบรรจุสินค้าให้อยู่ได้ถึง 7 วัน แล้วส่งขาย จะสามารถเปิดตลาดไปถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามชื่นชอบไก่ย่างสวนกวางอย่างมาก

 

  อีกอย่าง การเพิ่มสินค้าท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยเติมการขายธรรมชาติ ขายทุนทางวัฒนธรรมเข้าไปในองค์ประกอบขายอาหาร และห้องพักโรงแรม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เพิ่มราคาในห้องพักแล้วนำทุนวัฒนธรรม ทุนธรรมชาติท่องเที่ยวเข้าไปประสานด้วย เช่น แหล่งท่องเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน จากขายแต่ห้องพักราคาแค่ 600 บาท เมื่อเพิ่มทุนทางวัฒธรรมเข้ามาเป็นสินค้าแล้ว ทำให้มูลค่าเมได้ถึง 15,000 บาท โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับธรรมชาติแตกต่าง และไม่มีผู้คนรู้จักมาก่อน

 

   ดังนั้น ทุนวัฒนธรรม จึงเป็นแนวคิดแบบไม้ค้ำยันในการสร้างสังคมผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ และเป็นสังคมที่ สสว.จะช่วยประคับประคองการเติบใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่ผสานทุนแผ่นดินท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าสินค้าขึ้นมา นี่คืองานที่นายมงคล บอกว่า ท้าทายกับการวางฐานรากของประเทศให้มั่นคง เพื่อวันข้างหน้าของสังคมไทย

 

   อย่างไรก็ตาม แนวความคิดทั้งหมดนั้น เป็นการสื่อต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง และหลักคิดเหล่านี้จะถูกอธิบาย ชี้แนะ และตอกย้ำความรู้ เพิ่มเติมบทบาทอีกครั้งในการวิทยากรหลักสูตรผู้นำ-นำการเมืองเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 11 โดยมูลนิธิสัมมาชีพจัดขึ้นในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม – 29  พฤศจิกายน 2563

 

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.right-livelihoods.org/chanchage-leadership/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-11/

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top