skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
เร่งฉีดสูตรไขว้ในร่างกายคนไทย

เร่งฉีดสูตรไขว้ในร่างกายคนไทย

เร่งฉีดสูตรไขว้ในร่างกายคนไทย

 

เป้าหมายการฉีดวัคซีนในไทยยังวางเป้าหมายแบบ“เล่นใหญ่”เสมอ โดยระบุกว้างๆในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า สิ้น ธ.ค.นี้ คนไทยกับคนต่างด้าวในประเทศประมาณ 72 ล้านคนจะฉีดเข็มหนึ่งครอบคลุม 85% เข็มสองอีก 70% แล้วแยกย่อยในระดับเฉพาะหน้า คาดว่า ต.ค. จะฉีดเข็มหนึ่ง 58% เข็มสอง 40% แล้วในเดือน พ.ย. จะยกระดับเป็นฉีดเข็มหนึ่งได้ 74% เข็มสอง 65%

ในความเป็นจริงแล้วการฉีดวัคซีนข้อมูลจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อ 18 ต.ค. 2564 ระว่า ทั้งประเทศฉีดได้สะสม 65,677,794 โดส แบ่งเป็นเข็มหนึ่ง 37,684,728 ราย คิดเป็น 56.9% เข็มสอง 26,042,573 ราย คิดเป็น 39.3% และเข็มสามซึ่งเป็นเข็มกระตุ้น 1,950,493 ราย คิดเป็น 2.9%

แต่การพิจารณาเชิงประสิทธิ์ภาพต้านทานเชื้อโควิดและการเปิดประเทศ หรือปลดปล่อยประชาชนให้ใช้ขีวิตอย่างปกติเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจแล้ว ทั่วโลกเน้นให้ฉีดวัคซีคครบโดสหรือจำนวน 2 เข็มควรมีอย่างน้อย 70% ของประชากร ด้วยเหตุนี้การฉีดเข็มสองจึงมีความสำคัญที่ทุกประเทศต้องเร่งรีบไปให้ถึงเป้าหมาย ดังนั้น ตัวเลขการฉีดเข็มสองจึงเริ่มจากตัวเลขเข็มหนึ่ง และการฉีดกระตุ้นเข็มสามจึงเป็นชุดตัวเลขที่มาจากเข็มสอง ส่วนตัวเลขฉีดวัคซีนสะสมนั้นเป็นแค่ตัวเลขสร้างภาพเอาไว้โฆษณาถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ฉีดวัคซีนได้มากมาย และไม่ได้ละหลวมบกพร่องกับการจัดหาและบริหารวัคซีนล้มเหลวเพื่อตอบโต้ถูกฝ่ายค้านโจมตีทางการเมือง

 

ในขณะนี้ การฉีดเข็มสองยังอยู่ที่ 39.3% ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายของ นพ.โอภาส ตั้งไว้ว่า ต.ค.จะฉีดได้ 40% แต่ยังห่างไกลระดับ 70% ที่เป็นเป้าหมายสำคัญอยู่อีกครึ่งต่อครึ่ง แม้ พ.ย.จะตั้งเป้าไปให้ถึงการฉีดเข็มสองที่ 65% แต่ปัจจัยความพร้อมของวัคซีนที่จะมีมาบริการอาจเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะภายใน ต.ค. ซึ่งประกาศจะมีวัคซีนหลักเข้าไทยจากซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้าเซเนการ 10.6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 6 ล้านโดส รวม 22.6 ล้านโดสยังต้องรอกันต่อไป พร้อมๆทั้งมีเสียงบ่นแล้วว่า แอสตร้าฯจะส่งมอบไม่ตรงกำหนดและซิโนแวคจวนเจียนหมดด้วยเช่นกัน

เมื่อแอสตร้าฯมาช้าอีกและซิโนแวคจะหมด ซึ่งเป็นวัคซีน 2 ยี่ห้อที่ไทยปูพรมฉีดทั่วประเทศมาแล้ว ดังนั้นการคิด “สูตรฉีดไขว้” คือ ใช้วัคซีนต่างยี่ห้อมาฉีดไปสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย จึงเป็นเพียงการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนที่จำเป็นและต้องดำเนินการในช่วงวัคซีนขาดแคลน แต่ทุกสูตรไขว้ยังใช้ซิโนแวคและแอสตร้าฯเป็นพื้นฐานรองรับอยู่ดี

 

ไทยใช้“สูตรไขว้”

กล่าวโดยสรุปแล้วไทยมีฉีดวัคซีนสูตรไขว้ 3 แบบเป็นหลัก โดยเริ่มใช้สูตรแรกคือ เข็มหนึ่งซิโนแวคเว้นระยะห่างประมาณ 3-4 สัปดาห์ตามฉีดด้วยเข็มสองแอสตร้าฯ ต่อมาสูตรสองเมื่อกลางเดือน ต.ค.ได้อนุมัติให้ใช้ คือ แอสตร้าฯเข็มหนึ่งตามด้วยไฟเซอร์ในระยะห่างกันประมาณ 4-12 สัปดาห์ นอกจากนี้ ล่าสุดได้อนุมัติสูตรสามคือ ซิโนแวคเข็มหนึ่งตามด้วยไฟเซอร์เข็มสอง ห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์

รับรู้กันว่า เหตุผลหลักๆ ต้องมีการฉีดวัคซีนสูตรไขว้นั้นเพราะ 1.วัคซีนรับมาแต่ละชนิดมีจำนวนไม่เท่ากันและอาจไม่เพียงพอต่อการฉีดครบ 2 โดส และ 2. อ้างว่า ปัจจุบันโควิดพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว วัคซีนที่ผลิตมาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ตั้งต้นจึงอาจมีประสิทธิภาพไม่มากพอที่จะต่อสู้กับสายพันธุ์ใหม่ๆ ระหว่างรอการทดลองหรือผลิตวัคซีนชนิดใหม่ จึงได้มีการทดลองฉีดวัคซีนสลับชนิดและสลับยี่ห้อ ซึ่งมีการทดลองฉีดในหลายๆ ประเทศ และพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและเร็วขึ้นได้ เพราะระยะห่างการฉีดเข็มแรกและเข็มสองน้อยลง 

ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเมื่อ ต.ค. กับ พ.ย. การจัดหาไฟเซอร์มีกำหนดเข้ามามาก แต่ก่อนหน้าเร่งฉีดซิโนแวคกับแอสตร้าฯมาแล้วเข็มหนึ่ง จึงต้องนำไฟเซอร์มาผสมฉีดสลับเป็นเข็มสองเป็นหลักตามการคิดสูตร “แอสตร้า-ไฟเซอร์” แล้วยังมี “สูตรซิโนแวค-ไฟเซอร์” ซึ่งเป็นการบริหารจัดการให้ฉีดได้ครบโดส แล้วโฆษณาให้เกิดแรงจูงใจว่า ผ่านการทดลองแล้วพบว่า สร้างภูมิคุ้มกันได้มากที่สุด

 

เร่งเวลาฉีดไขว้เปิดประเทศ

การจัดสรรฉีดวัคซีนสูตรไขว้นั้น เคยมีการย้ำถึงประชาชนใน 16 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวใน “ระยะที่ 2”(1-31 ธ.ค. 64) ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ สุโขทัย เพชรบูรณ์ ปทุมธานี อยุธยา ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ใช้สูตรวัคซีน ซิโนแวค -แอสตร้าเซนเนก้า และแอสตร้าเซนเนก้า- ไฟเซอร์

 

 

ส่วนประชาชนทั่วไป ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปใน 50 จังหวัดใช้สูตรวัคซีนซิโนแวค -แอสตร้าเซนเนก้า และ แอสตร้าเซนเนก้า -ไฟเซอร์  อีกทั้งประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปในพื้นที่ระบาดและกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุระหว่าง 12 – 17 ปี ทั่วประเทศ ยังเน้นฉีด สูตรวัคซีน ไฟเซอร์ – ไฟเซอร์

ล่าสุด นพ.โอภาส เน้นการฉีดวัคซีนเพื่อรองรับการเปิดประเทศ 1 พ.ย.ว่า การเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวระยะที่ 1 จังหวัดสีฟ้า วันที่ 1-30 พ.ย. ประกอบด้วย 15 จังหวัดคือ กทม. สมุทรปราการ กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ระนอง เชียงใหม่ เลย บุรีรัมย์ หนองคาย อุดรธานี ระยอง และตราด โดยกรมควบคุมโรค ส่งวัคซีนโควิด 7 แสนโดสไปเร่งฉีดในพื้นที่แล้ว

โดยเฉพาะสูตรไขว้ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้านั้น ขณะนี้สูตรวัคซีนหลักที่ใช้จะเป็นสูตรไขว้ ซิโนแวค-แอสตร้าเซเนก้า ได้ฉีดให้ประชาชนไปจำนวนมากแล้ว เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้เกิดขึ้นเร็วกว่าการฉีดแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มที่ต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์

“คาดว่าในสัปดาห์นี้จนถึงสัปดาห์หน้า วัคซีนซิโนแวคก็จะหมดแล้ว ซึ่งเราก็จะต่อด้วยสูตรไขว้ แอสตร้าเซเนก้า-ไฟเซอร์ แต่ขอให้รอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” นพ.โอภาส เน้น

กระตุ้นเข็มสามเพิ่มภูมิคุ้มกันสูง

 

 

ไม่เพียงการจัดการวัคซีนไม่พอด้วยการคิดสูตรฉีดไขว้แล้ว การฉีดเข็มสามยังถูกนำมากระตุ้นเป็นการเสริมเพื่อกระตุ้นภูมคุ้มกันที่ลดน้อยลงจากการฉีด 2 เข็มทั้งยี่ห้อซิโนแวคและยี่ห้อแอสตร้าฯที่ปูพรมฉีดมาตั้งแต่มิถุนายนในวาระวัคซีนแห่งชาติแล้

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บอกว่า การฉีดเข็มกระตุ้นให้ในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายครบ 2 เข็ม ให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนก้าครบ 2 เข็ม ห่างจากเข็มที่ 2 ราว 6 เดือนให้กระตุ้นเข็มสามด้วย “ไฟเซอร์” ประมาณปี 2565 อย่างไรก็ตามการกระตุ้นฉีดซิโนแวค 2 เข็มแล้วยังใช้แอสตร้าฯเป็นหลัก

ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รายงานผลทดการฉีดกระตุ้นเข็มสามว่า ผู้ที่ได้ ซิโนแวค 2 เข็มแล้วกระตุ้นด้สนแอสตร้าฯหรือไฟเซอร์จะให้ระดับภูมิคุ้มกันที่สูงมาก สำหรับผู้ที่ฉีด แอสต้ราฯมา 2 เข็ม ควรฉีดเข็มที่ 3 กระตุ้นด้วยวัคซีน Pfizer เท่านั้น โดยอาจใช้เพียงครึ่งโดสก็ให้ผลภูมิคุ้มกันใกล้เคียงกับการใช้วัคซีนเต็มโดส

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยการจัดการวัคซีนเข็ม 3 ว่า ต้องเน้นไปยังผู้รับซิโนแวค 2 เข็มเป็นสำคัญก่อน จะเติมด้วยแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ก็แล้วแต่กรมควบคุมโรค ต้องฉีดเข็ม 3 มิเช่นนั้นฉีดไป 2 เข็มจะสูญเปล่าและเป็นปัญหาต่อเนื่อง ดังนั้นการวางแผนต้องคำนึงถึงคนรับซิโนแวค 2 เข็ม ส่วนคนฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็มจะเติมเข็มสามเมื่อไรอีกโปรแกรมหนึ่ง เมื่อกรมควบคุมโรคตรวจเช็กภูมิคุ้มกันแล้ว

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิสัมมาชีพเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.facebook.com/sammachiv

https://www.facebook.com/chumchonmeedee</a

https://www.youtube.com/user/RightLivelihoods

 

Back To Top