skip to Main Content
02-530-9204-5 sammachiv.pr@gmail.com
ข้าวแตนพันหน้า ‘วิสาหกิจฯ โคกสว่าง’ ต้นแบบสัมมาชีพ สร้างรายได้ – ดึงแรงงานคืนถิ่น

ข้าวแตนพันหน้า ‘วิสาหกิจฯ โคกสว่าง’ ต้นแบบสัมมาชีพ สร้างรายได้ – ดึงแรงงานคืนถิ่น

แต่ละวัน “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านโคกสว่าง” จ.ขอนแก่น ต้องใช้ข้าวเหนียวมากถึง 300-500 กิโลกรัมในการผลิต “ข้าวแตน” ขนมพื้นบ้านที่คุ้นเคยกันดี เพื่อส่งจำหน่ายทั่วภาคอีสาน 

สร้างรายได้ให้กับกลุ่มปีละกว่า 5 ล้านบาท

ข้าวแตนที่ผลิตโดยกลุ่มแม่บ้านโคกสว่างยังผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นในกรรมวิธีการทำ พัฒนารสชาติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายราว 30 รสชาติ จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวเหนียววัตถุดิบในพื้นที่

ด้วยศักยภาพดังกล่าว จึงทำให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านโคกสว่าง ได้รับรางวัล “วิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ” ในปี 2566 จากมูลนิธิสัมมาชีพ เพื่อเป็นต้นแบบความสำเร็จที่จะขยายไปสู่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ต่อไป

วิสาหกิจชุมชนข้าวแตนบ้านโคกสว่าง เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเครือญาติ และขยับสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี 2548 ปัจจุบันมีสมาชิกถึง 75 คน ทั้งมีเป้าหมายจะเพิ่มสมาชิกราว 200 ราย ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเหล่านั้น วิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้ยังรับซื้อข้าวเหนียววัตถุดิบหลักในการผลิตข้าวแตนจากชาวนาในพื้นที่ อ.แวงใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยรับซื้อในราคาที่สูงกว่าโรงสี และยังเลือกสีข้าวเปลือกจากโรงสีในชุมชน

เมื่อชุมชนมีอาชีพ วัตถุดิบที่ผลิตมีแหล่งรองรับ จึงทำให้แรงงานกลับคืนถิ่น มาทำงานอยู่กับครอบครัว พร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก

“พอรู้ว่าวิสาหกิจชุมชนฯ เราได้รับรางวัลนี้ สมาชิกตื่นเต้น ดีใจ และภูมิใจมาก เพราะเราเริ่มต้นจากการเป็นเพียงกลุ่มแม่บ้าน

เงินรางวัลที่ได้รับ เราวางแผนไว้ว่า จะนำไปเป็นทุนพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อขยายตลาด ขยายสมาชิกให้เพิ่มเป็น 200 คน จะได้กระจายรายได้ให้ชุมชนมากขึ้นไปอีก” สายทิพย์ ลามา ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านโคกสว่าง เผย 

สายทิพย์บอกว่า แม้ข้าวแตนจะดูเป็นสินค้าบ้านๆ ทว่าความพิเศษของข้าวแตนฝีมือแม่บ้านของวิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้ อยู่ที่การนำสมุนไพรในท้องถิ่น (เถากระพังโหม) มาใช้แทน “ผงฟู” ถือเป็นรายแรกและรายเดียวในไทย ทำให้เป็นข้าวแตนสุขภาพอีกด้วย

อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตเป็นอินทรีย์ทั้งหมด เหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย

“เรามองว่า ทำอย่างไรจึงจะผลิตขนมปลอดสาร จึงเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะสมัยก่อน เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ทำข้าวเกรียบว่าว ก็จะใช้เถากระพังโหมซึ่งเป็นหญ้าในท้องถิ่นที่งอกตามท้องไร่ท้องนามาเป็นส่วนผสม เพราะมีคุณสมบัติที่พองตัวใช้แทนผงฟูได้ เราจึงนำมาใช้

อีกทั้งเถากระพังโหมยังเป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรองรับจากหลายสถาบันการศึกษาว่ามีคุณสมบัติช่วยชะลอวัยอีกด้วย” ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านโคกสว่าง กล่าว

วิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้ ยังพัฒนาข้าวแตนสูตรต่างๆ จนถูกเรียกขานว่าเป็น “ข้าวแตนพันหน้า” เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลายทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชน ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ  เช่น หน้าช็อกโกแลต ต้มยำกุ้ง ทุเรียนกรอบ แกงเขียวหวาน และรสอื่นๆ ตามความต้องการลูกค้า อาทิ  หน้าน้ำพริกน้ำปลาหวาน เป็นต้น โดยขณะนี้มี 16 หน้าที่ได้รับการรับรองจาก อย.

นอกจากการจำหน่ายผ่านผู้ค้าที่รับไปจำหน่ายต่อทั่วพื้นที่ภาคอีสาน ในสัดส่วน 80% ของการผลิตแล้ว ยังจำหน่ายผ่านแหล่งต่างๆ เช่น ตลาดจริงใจในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลขอนแก่น  ศูนย์โอท็อปศาลากลางจ.ขอนแก่น เครือข่ายร้านของฝาก จ.ขอนแก่น เป็นต้น และยังเริ่มทำตลาดออนไลน์ผ่านโซเซียลมีเดีย เช่น Facebook และไลฟ์ขายสินค้าในช่องทาง TikTok  โดยคนรุ่นใหม่ในชุมชน

“สโลแกนของวิสาหกิจชุมชนฯ เรา คือ ข้าวแตนอินทรีย์ ของดีแวงใหญ่ สมุนไพรเถากระพังโหม และพัฒนาต่อยอด คำหลังนี้หมายถึง การให้ลูกหลานคนรุ่นใหม่มาพัฒนาต่อยอดอาชีพที่พ่อแม่ทำไว้ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนฯ บ้างแล้ว โดยเฉพาะการทำตลาดผ่านออนไลน์ ถือว่า ช่วยขยายตลาดไปยังกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ได้ดี” สายทิพย์ กล่าว

ทั้งหมดนี้ คือประโยชน์โดยรวมที่ชุมชน อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ได้รับจากการผลิตข้าวแตนของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านโคกสว่าง โดย “สายทิพย์” ระบุว่า สมาชิกจะมีรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300-500 บาท ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่อยู่ได้ ทำให้แรงงานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนดีขึ้น

ตามหลักการสัมมาชีพอย่างแท้จริง


Back To Top