skip to Main Content
พลังงานทางเลือก…พลังงานที่ “ต้องเลือก”

พลังงานทางเลือก…พลังงานที่ “ต้องเลือก”

พลังงานทางเลือก…พลังงานที่ “ต้องเลือก”

            ทรัพยากรด้านพลังงาน ถือเป็นทรัพยากรอีกหนึ่งประเภทที่มีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน แต่ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้การใช้พลังงานยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยตามลำดับ

            ยิ่งไปกว่านั้น อีกสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยีจะทำให้เกิดการพลิกโฉมรูปแบบพลังงานอย่างสิ้นเชิง (Energy Disruption)  ซึ่งด้านหนึ่งก็เป็นความพยายามในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงเชิงพลังงาน เช่น พลังงานทดแทน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า แต่อีกด้านหนึ่งก็ควรคำนึงถึงผลกระทบและการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน โดยแนวโน้มด้านพลังงานในปี 2020 สังคมจะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นการผลิตและใช้พลังงานที่สามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นในด้านต่างๆ จะเข้ามาช่วยเหลือให้เทคโนโลยีพลังงานพัฒนาขึ้น

                ในต่างประเทศหลายๆ ประเทศก็ได้หันมาสร้างพลังงานทางเลือกให้กับประเทศตัวเอง เพื่อเป็นการลดต้นทุนและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

          ดังตัวอย่างของประเทศที่พัฒนาแล้วในโซนยุโรปเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มนอร์ดิก (เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน) ที่ในวันนี้ “พลังงานทางเลือก” กลับกลายเป็นพลังงาน “ที่ต้องเลือก” หรือเป็นพลังงานกระแสหลัก  พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่จะลด-เลิกใช้พลังงานฟอสซิล หรือใช้ให้น้อยที่สุด ซึ่งพลังงานสะอาดหรือพลังงานทางเลือก ประกอบไปด้วย พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังความร้อนชีวมวล (จากการเผาขยะหรือเศษไม้), พลังน้ำ (เขื่อน) จะเป็นพลังงานหลัก ทดแทนการใช้น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน และรวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ ที่เคยเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้กันมานานหลายศตวรรษ

จากสิ่งเหล่านี้เองจึงชวนให้คิดถึงทิศทางในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศไทย ที่ยังคงต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก แต่ก็ต้องตระหนักถึงการสร้างความยั่งยืนทางพลังงานควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด-พลังงานทางเลือก เพื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไป

            โดยสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทย ในปี 2561 มีข้อมูลว่าประเทศไทยมีการใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 83,691 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 3.7 โดยใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ (ร้อยละ 84.6) อันประกอบด้วยน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และไฟฟ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 และใช้พลังงานหมุนเวียน (ร้อยละ 15.4) อันประกอบด้วย ฟืน ถ่าน แกลบ กากอ้อยและวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 คาดว่าแนวโน้มการใช้พลังงานในอนาคตจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป ตามการขยายตัวของการบริโภค จำนวนประชากร และเศรษฐกิจ   นอกจากนี้กระบวนการนำเชื้อเพลิงพลังงานขึ้นมาใช้ การแปรรูป และการใช้พลังงาน ล้วนแต่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ผลกระทบต่อพื้นที่ป่า สัตว์ป่า สังคมและชุมชน ในกรณีที่มีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้า ผลกระทบต่อระบบภูมิอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงพลังงานทุกชนิด ผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เนื่องมากจากสารพิษและเขม่าหรือควัน ฯลฯ

                อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมา ก็มีผู้เริ่มตื่นตัว อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การพัฒนาให้ชุมชนและผู้ที่ทำการเกษตรได้เรียนรู้และสร้างแนวคิดด้านพลังงานทางเลือก อาจเป็นแนวทางเพื่อแก้ไขปัญาการลดใช้ทรัพยากรที่มีวันหมดไปได้

โดยพลังงานทางเลือกนั้น แบ่งได้เป็น  5 ประเภทหลัก ได้แก่ พลังงานลม, พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานน้ำ, ชีวมวล, พลังงานไฟฟ้าจากขยะและพลังงานแสดงอาทิตย์ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้เริ่มหันมาใช้พลังงานทดแทนเหล่านี้เพิ่มขึ้น

ข้อมูลสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้จัดทำสถานการณ์พลังงานปี 2560 ว่ามีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 และคาดการณ์ว่าภายในปี 2561 และในอนาคตจะมีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.1 เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานจากแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลลง

โดยการเริ่มต้นการใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาดเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตและส่งเสริมชุมชนให้ได้อย่างมีความยั่งยืน มีความจำเป็นต้องมีการวางแผนการจัดการพลังงานชุมชน อันหมายถึง กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการด้านพลังงานและแผนงบประมาณในท้องถิ่นให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งมี 6 ประเด็นสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจโครงการวางแผนพลังงานชุมชน ดังนี้

  1. เข้าใจแนวคิดการจัดการพลังงานซึ่งมีแนวคิดหลักบนฐาน “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นตัวชี้นำ ผ่านการมีส่วนร่วมจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มี่นโยบายของกระทรวงพลังงาน ยุทธศาสตร์ของจังหวัด, อปท. เป็นปัจจัยสนับสนุน เชื่อมโยงงานพลังงานกับมิติด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ อาชีพ รายได้ สิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ เป็นต้น
  2. เข้าใจสถานการณ์พลังงานผลกระทบที่เกิดจากการใช้พลังงานทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ฯลฯ
  3. รู้ศักยภาพของชุมชนว่ามีอะไรที่จะใช้เป็นทรัพยากรในการจัดการพลังงานได้ เช่น เรามีมูลสัตว์เพื่อใช้ทำก๊าซชีวภาพได้ เรามีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ใช้เป็นพลังงานชีวมวลได้ เรามีน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นไบโอดีเซลได้ นอกจากนี้เรายังมีทรัพยากรอื่นๆ เช่น มีบุคลากร มีทุนทางสังคม มีภูมิปัญญาท้อถิ่นในการจัดการ
  4. รู้ว่าชุมชนบริโภคพลังงานมากน้อยเพียงใด (รู้สถานภาพพลังงานของชุมชน) มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายพลังงานประเภทใดบ้าง ไฟฟ้า แก๊ส น้ำมัน ฟืน ถ่าน
  5. รู้พฤติกรรมการบริโภคพลังงานของชุมชนว่าเหมาะสมเพียงใด เพื่อที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัด เพื่อปิดช่องโหว่รายจ่ายครัวเรือน
  6. รู้จักเทคโนโลยีพลังงานรู้วิธีการใช้ รู้ประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งจะทำให้เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการจัดการพลังงานของชุมชน

อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมาทางหน่วยงานภาครัฐ อย่าง “กระทรวงพลังงาน”  ที่เร่งการขับเคลื่อนนโยบาย “Energy For All พลังงานเพื่อทุกคน” ลงไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากของประเทศ ซึ่งปัญหาหลัก โดยเน้นการประยุกต์ใช้พลังงานแบบผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิตของชุมชน และต่อยอดพัฒนาไปเป็นโรงไฟฟ้าชุมชนต้นแบบได้ในอนาคต

และจากการศึกษาของศราพร ไกรยะปักษ์ ในเรื่อง “รูปแบบที่เหมาะสมของการจัดการพลังงานชุมชน”  แสดงให้เห็นได้ว่า การนำพลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือกและอุปกรณ์พลังงานมาใช้ในชุมชนยังมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน และอุปกรณ์เกิดการชำรุดใช้งานไม่ได้ ทำให้ชุมชนไม่สามารถจัดการบำรุงรักษาอุปกรณ์เองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดการพลังงานชุมชน ประชาชนในชุมชนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและความตระหนักในเรื่องพลังงาน ที่จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการพลังงานชุมชนและการวางแผนพลังงงานชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และยังต้องปรังปรุงเทคโนโลยีและกระบวนการจัดการที่เหมาะสม

ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะเกิดขึ้นอาจสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านพลังงานและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามกันต่อไป

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)

– เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก กรณีศึกษาจากฟินแลนด์-เดนมาร์ก

– ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพลังงาน

– สาระใกล้ตัว! รู้จักกับ 5 พลังงานทดแทนในประเทศไทยที่ใช้ได้จริง

– การวางแผนพลังงานชุมชน คืออะไร ?

– ศราพร ไกรยะปักษ์. (2553) รูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการพลังงานชุมชน. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสิ่งแวดล้อม) คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

 

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top