skip to Main Content
วิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลตำบลภูเงิน ยกระดับผลไม้-สมุนไพรไทย สร้าง “แบรนด์ภูเขาไฟ” ส่งออกสวิตเซอร์แลนด์-เข้าห้างฯ

วิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลตำบลภูเงิน ยกระดับผลไม้-สมุนไพรไทย สร้าง “แบรนด์ภูเขาไฟ” ส่งออกสวิตเซอร์แลนด์-เข้าห้างฯ

          หากจะกล่าวถึงแหล่งผลิตผลไม้ชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น เงาะ, ทุเรียน, ลองกอง, มังคุด, ลำไย, กระท้อน, มะม่วง และน้อยหน่า ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ คือแหล่งปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติ เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนภูเขาไฟ มีแร่ธาตุสะสมอยู่ใต้พื้นดินอย่างมากมาย

          ดินที่นี่จึงมีสีแดงคล้ายลาวาภูเขาไฟ ส่งผลทำให้สามารถปลูกผลไม้ได้ขนาดผลใหญ่ รสชาติดี และสีสันสวยงาม ซึ่งชาวสวนในพื้นที่ได้รวมกลุ่มกันสร้างเกษตรอินทรีย์ ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับคุณภาพให้กับผลผลิต จนสามารถส่งไปขายต่างประเทศได้ราคาดี

          ในเรื่องนี้ “คุณศุภลักษณ์ สาลีเกิด” ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผลตำบลภูเงิน เล่าให้ “เว็บไซด์มูลนิธิสัมมาชีพ” ฟังว่า ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 76 คน สามารถสร้างมาตรฐานการผลิตผลไม้ให้สู่ระดับ GAP ซึ่งกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับรองผลไม้ทุกชนิดจากพื้นที่ตำบลภูเงิน เป็นผลไม้เกษตรอินทรีย์ทั้งทุเรียน ลองกอง เงาะ มังคุด กระท้อน ลำใย มะม่วงและน้อยหน่า  โดยตลาดภายในประเทศจะส่งผลผลิตจำหน่ายให้กับห้างชั้นนำ ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะมีบริษัทมารับซื้อ โดยจะได้ราคาดีขึ้นกว่าปกติประมาณ 30%

 

 

          นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องผลไม้แล้ว “พืชสมุนไพรอินทรีย์” ก็ได้รับความนิยมจากตลาดต่างประเทศไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสมุนไพรสำหรับใช้ทำเครื่องแกง เช่น กระชาย, ขมิ้น, ขิง, ข่า, ตระไคร้, หอมกระเทียม และมะกรูด โดยมีออร์เดอร์มาจากหลายบริษัทในไทย ที่ส่งสินค้าไปขายยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยรับซื้อต่อเนื่องหลายพันตัน ซึ่งทุกวันนี้ยังผลิตให้ไม่ทันกับความต้องการของตลาด

 

 

          “คุณศุภลักษณ์” เล่าถึงรูปแบบในการบริหารงานว่า สภาองค์กรตำบลภูเงินจะเป็นศูนย์กลางนโยบาย จากนั้นจะแยกย่อยมาเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือกองทุนต่างๆ เพื่อจัดสวัสดิการชุมชน ให้ตรงตามสภาพปัญหาหรือความต้องการของแต่ละพื้นที่ เช่น วิสาหกิจชุมชนเกษตรผลไม้ตำบลภูเงิน มีเป้าหมายรวมกลุ่มกัน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเริ่มตั้งแต่เปลี่ยนวิธีการปลูกแบบเคมี มาเป็นแบบอินทรีย์ 100% และพยายามทำคุณภาพสินค้า

 

 

 

          โดยใช้ประโยชน์จากการอยู่ในพื้นที่ดินภูเขาไฟให้มากที่สุด โดยเคยทำการตรวจวัดค่าปริมาณแร่ธาตุในดินพบว่า อยู่ที่ระดับ 4 – 5 ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ซึ่งจะอยู่ราวๆ 2 – 3 เท่านั้น ดังนั้นผลผลิตที่นี่จึงมักมีคำว่า ดินภูเขาไฟต่อท้ายเสมอ เช่น ทุเรียนดินภูเขาไฟ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง

          เมื่อผลผลิตมีคุณภาพแล้ว การเชื่อมโยงหน่วยงานภายนอก รวมถึงการหาตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานให้โอกาสเข้าร่วมงานต่างๆ  เช่น เทศกาลผลไม้และของดีเมืองกันทรลักษณ์, การจัดกิจกรรมแรลลี่จักรยานชิมทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ ช่วยทำให้สินค้าจากตำบลภูเงินเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น

 

 

 

          นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องผลไม้ดินภูเขาไฟแล้ว “คุณศุภลักษณ์” บอกด้วยว่า ที่นี่ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ด้วยการปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ณ “บ้านป่าโมง” ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม โดยในปีนี้จะจัดในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์ทุเรียนภูเขาไฟ และผลไม้ดินภูเขาไฟ พร้อมเที่ยวชมสวนในแต่ละฐานการเรียนรู้ทั้ง 9 ฐาน ซึ่งจะเปิดรับนักท่องเที่ยวเพียงวันละ 100 คนเท่านั้น โดยต้องโทรมาลงทะเบียนล่วงหน้าที่หมายเลข 081 – 282 – 7284 กิจกรรมนี้นอกจากจะได้รับประทานผลไม้ที่มาจากแหล่งดินภูเขาไฟแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ซึมซับบรรยากาส วิถีชีวิตชุมชนแห่งนี้อีกด้วย

          น่าชื่นชมกับความสำเร็จของชาวบ้านวิสาหกิจชุมชนเกษตรผลไม้ ตำบลภูเงิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่มุ่งมั่นทำการเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต ทำให้ของดีจากดินแดนภูเขาไฟแห่งนี้ กลายเป็นสินค้าที่ฝรั่งยังต้องยอมยกนิ้วให้

          ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊คกลุ่มวิสาหกิจเกษตรไม้ผลตำบลภูเงิน, เว็บไซต์ thaiherb และเว็บไซต์ Lady and Health

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top