skip to Main Content
เคล็ดไม่ลับ “มั่งมีชีวีสุข อย่างยั่งยืน” จาก “ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม”บุคคลต้นแบบสัมมาชีพปี 61

เคล็ดไม่ลับ “มั่งมีชีวีสุข อย่างยั่งยืน” จาก “ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม”บุคคลต้นแบบสัมมาชีพปี 61

ปาฐกถาพิเศษ “มั่งมีชีวีสุข อย่างยั่งยืน”โดย ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) เนื่องในโอกาสได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2561 มีเนื้อหาสาระน่าสนใจดังนี้

วันนี้จะมาพูดเรื่อง “มั่งมีชีวีสุข อย่างยั่งยืน” เมื่อพูดถึงความร่ำรวยซึ่งตรงข้ามกับความจน ผมเคยใส่รองเท้าทะลุกางเกงปะเป็นรูปใบโพธิ์ ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ผมเคยจนมาก่อน

เราต้องเข้าใจว่า จนเป็นอย่างไร ทำไมถึงจน บางคนรวยเดี๋ยวเดียวแต่จนนาน เรียกว่าจนเรื้อรัง เพราะว่าจนทางปัญญา รัฐบาลแก้หนี้ให้ก็ไปเล่นการพนัน ติดเหล้าติดยาเสพติดก็จนอีก

คนจนถ้าร่างกายดีๆจนเพราะติดอบายมุขที่เป็นมากคือการพนันยาเสพติดจนเรื้อรังเพราะจนปัญญานั่นเองการศึกษาไม่สูงเพราะไม่พัฒนาความรู้ของตัวเองรายได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น รายได้ไม่เพิ่มผมจึงขอสรุปว่า คนพวกนี้จนเพราะจนปัญญา

ปัญญาที่จริงเราสามารถใช้ตัวช่วยได้ ใช้คนที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นตัวช่วย เคล็ดไม่ลับความรวยคือต้องเพิ่มปัญญา เพิ่มความรู้เพิ่มสติปัญญา คนฉลาดหมั่นเพิ่มการศึกษา เรียนรู้จากผู้รู้มากกว่า ถ้าเราทำธุรกิจSMEเราก็ปรึกษาหาคนข้างนอกเข้ามาช่วยได้ รัฐบาลมีโครงการบิ๊กบราเธอร์ คอยช่วยเหลือศุภาลัยก็เข้าไปเป็นหนึ่งในโครงการบิ๊กบราเธอร์นี้

ส่วนวิธีร่ำรวยมี 3 วิธี คือ 1) เพิ่มปัญญาเพิ่มความรู้ความสามารถ เราเก่งเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้นทำในสิ่งที่มีความชำนาญ ไม่ใช่เก่งเกษตรแต่ไปทำเรื่องอุตสาหกรรม เก่งเรื่องท่องเที่ยวไปทำเรื่องอุตสาหกรรม เราเรียนมาด้านไหน ชำนาญอะไรหรือชอบอะไรก็ต้องทำสิ่งนั้น ต้องเพิ่มความรู้เรื่อยๆ

2) นอกเหนือจากความสามารถหาเงินแล้ว เราต้องมีวิธีเก็บออม ใช้เงินต่อเงิน

3) ต้องมีความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อสามารถแปลงเป็นเงินได้

สำหรับสูตรแห่งความสำเร็จ คือ อิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกเรื่อง

เคล็ดลับสู่ความสุข คือ การทำในสิ่งที่รัก เคล็ดลับสู่ความสำเร็จคือ การรักในสิ่งที่ทำ เราทำจากความรักก่อน แล้วอย่างอื่นตามมา ทั้งความเพียร ความเอาใจใส่ในงานก็จะตามมา เมื่อเรามีความสามารถในการหาเงินแล้วเราต้องเอาเงินไปหาเงิน เงินมันงอกได้ เหมือนต้นไม้ที่งอกได้ เอาไปฝากธนาคาร เงินมันจะงอกออกมา

วิธีหาเงินทำได้โดย

ฝากธนาคาร เป็นวิธีง่ายที่สุดได้ผลตอบแทนน้อยที่สุดแต่ก็เสี่ยงน้อยที่สุดเช่นกัน ผลตอบแทนได้รับจะเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก

สะสมทองคำ ไม่ได้เป็นดอกเบี้ยแต่จะเป็นราคาที่เพิ่มขึ้น อาจจะมีลดบ้างแต่ระยะยาวจะดี

ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จะมีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นกว่าอัตราเงินเฟ้อเสมอ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยงน้อย จะดีในระยะยาว

ลงทุนในหลักทรัพย์ เป็นการลงทุนที่มีสภาพคล่องสูงแต่ราคาหลักทรัพย์มักจะผันแปรตามการเก็งกำไร และการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

สุดท้ายเป็นการลงทุนทำธุรกิจ ต้องลงทุนในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญหรือถนัด ต้องศึกษาวิเคราะห์อย่างดี การเป็นเจ้าของกิจการต้องทุ่มเทหนักมากหนักกว่าลูกน้องถึง 4 เท่า SMEในโลกนี้ 80% ขาดทุน ดังนั้นต้องทุ่มเททำในสิ่งตัวเองถนัดจริงๆ

การสร้างความมั่งคั่งเราต้องเก็บออมแล้วเอาเงินไปต่อยอด ใช้เพียงเล็กน้อยหลักๆคือรายได้มากกว่ารายจ่าย ซึ่งเข้ากับหลักเศรษฐกิจพอเพียง การกู้เงินไม่ใช่กู้มาแล้วซื้อรถเก๋งขับเล่น แต่ถ้าซื้อรถกระบะมารับจ้างส่งของก็โอเค การกู้เพื่อลงทุนธุรกิจต้องได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินกู้ ไม่ใช่กู้ดอกเบี้ยร้อยละ 20 แต่ผลตอบแทนร้อยละ 10 อย่างนี้ไม่ได้ ถ้ากู้ให้ดีให้เหมาะสมกำไรมากขึ้น

ในเรื่องความเสี่ยงเราต้องประเมินความเสี่ยง ธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง ส่วนความกล้า ต้องกล้าทำความดีไม่ใช่กล้าทำความชั่ว ไม่ใช่กล้าบ้าบิ่น กล้าในสิ่งที่ควรไม่ใช่กล้าในสิ่งที่เสี่ยง กล้าในสิ่งที่สนับสนุนความสำเร็จ เสี่ยงทำในสิ่งใหม่ๆ ที่หากพลาดแล้วสามารถแก้ไขได้ กล้าในสิ่งที่ถูกไม่ใช่กล้าในสิ่งที่ผิด

เรื่องความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ทำให้เราร่ำรวยและเติบโตได้  เช่นเราทำธุรกิจแล้วชวนเพื่อนร่วมทำด้วยเพื่อนต้องเชื่อถือเรา กู้เงินแบงก์แบงก์ก็เชื่อถือเรา เวลานัดก็มาตามนัด สื่อสัตย์ไว้ใจได้ พูดจริงทำจริง ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยเวลาเวลาจะทำให้คนดูว่าเชื่อถือได้มั๊ย

คราวนี้ก็มาถึงว่าเมื่อไหร่เราจะรวย ถ้าเรามี 5 แสนบาทหรือ 1 ล้านบาท ถ้าเรารู้สึกว่าพอเราก็รวยแล้วแต่ถ้ามีพันล้านหรือหมื่นล้านเรายังรู้สึกว่าไม่พอ เราก็ยังไม่รวย

ความสุขสำคัญกว่าความรวย ความสุขเริ่มจากปัญญา ความรวยก็เริ่มจากปัญญา ปัญญาทำให้เรามองเข้าใจโลกได้ดี เข้าใจตัวเองได้ดี เราจะมีความสุขปัญญามีหลักสำคัญคือ ต้องมองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง ตรงข้ามกับมองแคบ คิดใกล้ใฝ่ต่ำ

ปัญญาไม่เศร้าหมองกับอดีต ไม่กังวลในอนาคต อยู่กับปัจจุบัน ถ้าเราไม่โลภ พอใจในสิ่งที่มีก็จะมีความสุข มองในแง่ดีก็มีแต่ความสุข การทำความดีกับความขยันยิ่งมากยิ่งดี เป็นความสุขอย่างยั่งยืน หากทำอย่างนี้ทุกคนก็มีความสุขอย่างยั่งยืน

หมายเหตุ : เนื่องจากปาฐกถาของ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรมเป็นรูปแบบทอล์กโชว์ มีกราฟิก มีบทเพลงประกอบ ฉะนั้นหากจะให้ได้อรรถรส  รายละเอียดและสาระครบถ้วนควรจะดูวีดีโอในเว็บไซต์มูลนิธิสัมมาชีพประกอบ

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top