skip to Main Content
“ดร.กอบศักดิ์” โชว์วิสัยทัศน์…ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย

“ดร.กอบศักดิ์” โชว์วิสัยทัศน์…ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย

          ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องยุทธศาสตร์ชาติได้ให้เกียรติมาบรรยายในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย” ในโครงการฝึกการอบรม หลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 9 มีสาระน่าสนใจดังนี้

ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างยิ่งแต่จะเกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในห้องนี้ ในส่วนของประชารัฐคือคนหลายๆ คนร่วมกัน มีภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอและมหาวิทยาลัย

มีคนถามผมว่าท่านเคยเห็นข้าราชการรวยไหม เคยเห็นข้าราชการทำธุรกิจประสบความสำเร็จไหม ทุกวันนี้เราเอาข้าราชการที่ ไม่ใช่คนรวย ไม่ใช่คนทำธุรกิจไปทำให้ประชาชนรวย ฉะนั้นอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่รัฐบาลวางกรอบทุกคนต้องช่วยกัน ยุทธศาสตร์ชาตินำไปสู่การปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลง เรามีความหวังมากขึ้น

ทำไมต้องทำยุทธศาสตร์ชาติ ทำไมต้อง 20 ปี ที่เราต้องทำยุทธศาสตร์ชาติ เริ่มต้นจากสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.)  ที่เราต้องทำเพราะประเทศไทย ป่วยด้วยโรคโรคหนึ่งคือ “โรคเลื่อน”  เมื่อรัฐบาลใหม่มาก็ล้มโครงการของรัฐบาลเก่า เช่น สมมุติโครงการ 30 บาท รัฐบาลใหม่มาก็มาเป็นโครงการศูนย์บาทโอทอปดีอยู่แล้ว รัฐบาลใหม่มาก็เปลี่ยนชื่อ แต่คนจำชื่อใหม่ไม่ได้ ในที่สุดต้องมาใช้โอทอปเหมือนเดิม หรือรัฐบาลเก่าตัดถนนไว้ 40 กิโลเหลืออีก 50 กิโล รัฐบาลใหม่มาไม่ทำต่อ เพราะกลัวรัฐบาลเก่าได้เครดิต ดังนั้น เราจึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ โดยดูว่าประชาชนต้องการอะไร

ในยุทธศาสตร์ชาติจะเขียนโครงการที่สำคัญๆ เช่น โครงการรถไฟรางคู่ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งโครงการเหล่านี้ต้องทำแผนยุทธศาสตร์ เมื่อเขียนไว้แล้วต้องทำรัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องทำตามยุทศาสตร์ที่วางงไว้ ถ้าไม่ทำก็ถือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ผิดมาตรา157 แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคการเมืองจะต้องทำตามกรอบนี้อย่างเดียว พรรคการเมืองเขาทำอย่างอื่นได้เช่นกัน แต่โครงการระยะยาวที่กำหนดในยุทธศาสตร์ต้องทำให้เสร็จ

ยุทธศาสตร์ชาติมีทั้งหมด 6 ด้านประกอบด้วย ด้านความมั่นคง ด้านความเหลื่อมล้ำ ด้านการแข่งขัน เรื่องพัฒนาศักยภาพของคน เรื่องสิ่งแวดล้อมและการปฏิรูประบบราชการ

ส่วนในเรื่องการปฏิรูปเป็นอีกอันหนึ่งที่รัฐบาลกำลังทำซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องตั้งแต่มีการประท้วงเรียกร้องให้มีการปฏิรูป ทำมาแล้ว 4 ปี ช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้าย การปฏิรูปเราทำมาแล้ว  มีเรื่อง ประกันภัยพืชผล เรื่องเกษตรพันธสัญญา ที่ผ่านมาเกษตรกรถูกบริษัทใหญ่รังแกมาก จึงต้องทำพันธสัญญากับบริษัท หากสัญญาไม่ตรงกับหนังสือชี้ชวนหรือเอาเปรียบ สัญญาจะเป็นโมฆะทั้งหมด

ส่วนการปฏิรูปก็มีแผนเรียบร้อย ปฏิรูป 11 ด้าน แบ่งเป็น 6 มิติ 1) เรื่องของชาวบ้าน เช่นเรื่องปากท้อง แก้จน 2) แก้ความเหลื่อมล้ำ 3) เรื่องโกง ทุกระดับชั้น ตั้งแต่รีดไถจนถึงจัดซื้อจัดจ้าง 4) เรื่องระบบราชการ การติดต่อล่าช้า มีใต้โต๊ะ กดขี่ข่มเหงประชาชน 5) สร้างอนาคต และ 6) การเมืองใหม่

นอกจากนี้ ยังมี 20 โครงการเพื่อชุมชน เช่น โครงการชุมชนเข้มแข็ง วิสาหกิจชุมชน กองทุนพัฒนานาชุมชน แต่ปัญหาของชุมชนคือ ทำผิดกฎหมาย อย่างธนาคารชุมชนก็ไม่มีกฎหมายรองรับ วิสาหกิจชุมชน จดทะเบียนได้แต่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล ไม่มีกฎหมายรองรับการทำธุรกรรมต่างๆ ก็ไม่สะดวก ประชาชนเดินต่อไม่ได้ เราจะทำให้วิสาหกิจเป็นนิติบุคคล 1 แสนแห่ง กลุ่มออมทรัพย์ 4 หมื่นแห่ง และ ป่าชุมชน 1 หมื่นแห่ง ต้องการอีก 2 หมื่นแห่ง 12 ล้านไร่ 3 ล้านครัวเรือน 12 ล้านคน เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของประชาชน  ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้

ธนาคารชุมชนปลายปีนี้ออกมาแน่ สวัสดิการชุมชน วิสาหกิจชุมชนก็จะเป็นนิติบุคคล ป่าชุมชนจะทำให้เกิดทั่วไทย 2 หมื่นชุมชน ให้เขามีป่า รวมทั้งป่าชายเลนซึ่งเป็นที่เก็บออมของชาวบ้าน รวมถึง สภาพัฒนาชุมชน กองทุนพัฒนาชุมชน

สภาพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนหนุ่มคนสาวเขามีสถานที่หารือกัน กำหนดอนาคตตนเองว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนกองทุนพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนหนุ่มสาวมีทุนในการไปพัฒนาชุมชนของเขา

โครงการแผ่นดินทอง เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เกษตรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ปัจจุบันภาระของชาติทุกวันปลูกข้าวปลูกอ้อยแล้วเป็นหนี้ รัฐบาลจึงนำเรื่องเข้าครม. ให้ปลูกไม้มีค่าได้ เมื่อก่อนโครงการธนาคารต้นไม้หลอกให้เขาปลูก ปลูกแล้วเขาไปตัดต้องติดคุก เราจึงเปลี่ยนกฎหมายมาตรา 7 ต้นไม้มีค่าสามารถตัดได้ เมื่อคราวไปครม. สัญจรที่จังหวัดอุบลราชธานี ประกาศให้ไม้มีค่าเป็นหลักทรัพย์กู้ธนาคารได้ ถ้าทำได้ประชาชนก็จะเอาที่ดินของตัวเองปลูกต้นไม้

นอกจากนี้ก็ส่งเสริมธนาคารปูม้า เพราะปูม้ามีค่ามากซึ่งธนาคารออมสินปล่อยกู้ธนาคารปูม้าได้  2 แสน และนอกจากนี้จะผลักดันให้มีโครงการโซล่าประชาชน และยังมีโครงการ 1 ไร่ 1 แสน โครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ โครงการเกษตรอินทรีย์ การแก้ความเหลื่อมล้ำ โดยให้โอกาสทางการศึกษา การให้ความเป็นธรรมในเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่คนรวยไม่ติดคุกแต่คนจนติดคุก

ที่สำคัญนับจากนี้รัฐบาลจะมีโครงการช่วยโชห่วย จะทำให้โชห่วยของคนไทยรอดตาย และจะต้องแก้หนี้นอกระบบให้ได้

สิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลทำอยู่นี้ล้วนเป็นข้อเรียกร้องจากจากประชาชนมีทั้งหมดกว่า 2,000 รายการแต่มีการจัดอันดับความสำคัญแล้วเหลือ 40 รายการที่กำลังดำเนินการอยู่

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top