skip to Main Content
“วิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย” บางเจ้าฉ่า อ่างทอง ต่อยอดภูมิปัญญาไทยสร้างแบรนด์ “PINYA HERB” โกอินเตอร์ดังไกลไปทั่วโลก

“วิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย” บางเจ้าฉ่า อ่างทอง ต่อยอดภูมิปัญญาไทยสร้างแบรนด์ “PINYA HERB” โกอินเตอร์ดังไกลไปทั่วโลก

           แม้สถานที่ให้บริการนวดรักษาและเรียนรู้ศาสตร์การนวดแผนไทยของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย” จะอยู่ที่ ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง แต่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค เพราะคนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาเพื่อขอรับคำปรึกษาและรักษาอาการเจ็บปวดเมื่อยล้า จากฝีมือนวด ของ “ป้าปุ้ม” หรือ “อาภา ปรีชากูลย์” วัย 72 ปี ผู้มีภูมิปัญญาการนวดแผนไทย จนเป็นที่ยกย่องในฐานะปราชญ์ชาวบ้านด้านนวดแผนไทย

          อย่างไรก็ตามกว่าจะเป็นหมอนวดไทยชื่อดัง ต้องกล่าวได้ว่าเหมือนปาฏิหาริย์ เมื่อ “ป้าปุ้ม” เกิดอุบัติเหตุเสียหลักหกล้มหลังกระแทกพื้น จนต้องผ่าตัดด่วนเนื่องจากหมอนรองกระดูดทับเส้นประสาท ซึ่งหลังผ่าตัดเสร็จสิ้นอาการเจ็บปวดก็ยังไม่ทุเลา แทบจะเดินไม่ได้นานกว่า 2 ปี

          อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นภาระของครอบครัว จึงไปเรียนนวดแผนไทยจากกระทรวงสาธารณสุข สำหรับใช้บำบัดตัวเอง หลังจากฝึกและปฏิบัติเองแล้วได้ผล ก็เริ่มมาช่วยนวดรักษาให้คนอื่นๆ ในท้องถิ่นบ้างจนยึดอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย ซึ่งลูกค้าก็ช่วยไปบอกต่อกันเรื่อยๆ ทำให้มีลูกค้าหลั่งไหลมาจากทั่วประเทศขอรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

          ด้วยชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น ป้าปุ้มจึงได้รวมกลุ่มแม่บ้านในท้องถิ่นจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย” เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวชุมชน มีสมาชิกเบื้องต้น 12 คน โดยฝึกฝนวิชาการนวดแผนไทยให้สมาชิก รวมถึงให้เป็นแรงงานหาวัตถุดิบสำหรับใช้ทำยาสมุนไพรต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้า

 

 

          จุดเด่นของวิธีการนวดของป้าปุ้ม คือ การรวมความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมาไว้ด้วยกัน ครบถ้วนทั้งภูมิปัญญาไทย จีน และตะวันตก นำมาประยุกต์การนวดให้เหมาะกับลูกค้าที่มีปัญหาแต่ละราย มีทั้งการนวดจับเส้น นวดผ่อนคลาย นวดรักษา นวดเฉพาะจุด จัดกระดูก ทุบคลายจุด ฯลฯ

          นอกจากนี้ยังมี “ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร” แบรนด์ “ป้าปุ้ม” โดยวัตถุดิบสมุนไพรต่างๆ จะรับซื้อจากชาวบ้านในท้องถิ่น ช่วยสร้างรายได้ในท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีสุดคือ “ยานวดสมุนไพรต้นตำรับ”  ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามมาเกือบ 50 รายการ เช่น แชมพู สบู่ น้ำมันเหลือง โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น

          ในส่วนของรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ นอกจากนั้นมีรายได้จากบริการรับนวด โดยจะใช้พื้นที่ในบ้าน กว่า 4 ไร่เปิดเป็นสถานบริการลูกค้าพร้อมทั้งรับสอนวิชาการนวดแผนไทยให้ผู้สนใจ สอนจนกว่าจะเก่งนำไปประกอบอาชีพได้ และถ้าเรียนเกิน 150 ชั่วโมงจะได้รับใบประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขอีกด้วยด้วย สำหรับรายได้จากค่านวดจะใช้ระบบหัก 20% เพื่อเข้าเป็นเงินกองกลางใช้สำหรับบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายภายในกลุ่มสมาชิก ส่วนที่เหลือจะให้สมาชิกที่เป็นคนนวดทั้งหมด

          ด้านการพัฒนานั้นในส่วนผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ปรับบรรจุภัณฑ์ จากเดิมใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขายขวดละ 35 บาท พัฒนามาใส่ขวดพลาสติกใส มีฉลากบอกสรรพคุณ เพิ่มมูลค่าเป็นขวดละ 100 บาท ปรับยานวดสมุนไพรมาใช้ในรูปแบบสเปรย์ ให้สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น

 

 

          ในด้านช่องทางตลาดนั้นได้นำระบบออนไลน์มาใช้ เปิดแฟนเพจ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้า สามารถสั่งสินค้าแล้วส่งไปทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ และขยับกลุ่มเป้าหมายจากแค่ผู้สูงวัย มาสู่กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานให้มากขึ้น

          ทุกวันนี้ได้มีลูกชายและลูกสะใภ้ป้าปุ้มที่เคยทำงานบริษัทเอกชน เข้ามาสานต่อธุรกิจทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเห็นช่องทางในตลาดส่งออกมายิ่งขึ้น หลังที่ผ่านมามีชาวต่างชาติสนใจน้ำมันนวด และนำสินค้าไปทำตลาดที่จีนมาแล้ว

          ขณะที่ทายาททั้งสองเห็นว่าถ้าจะส่งออกให้ไกล ต้องไปในนามแบรนด์อื่นจึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “ภิญญา” ซึ่งแปลว่า ความสำเร็จ มาตั้งเป็นแบรนด์ PINYA HERB สำหรับส่งออกโดยเฉพาะ

          แบรนด์ PINYA ถูกวางให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม แบ่งตลาดกันอย่างชัดเจนจากเดิมแบรนด์ป้าปุ้ม ขายกันตั้งแต่ขวดละ 100 สูงสุดก็แค่ 300 บาท แต่  PINYA HERB ถูกสุดอยู่ที่ 250 บาท ไปจน 480 บาท และทุกสูตรล้วนเป็นการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มสรรพคุณให้ดีขึ้น เนื้อครีมจะเข้มข้นมากขึ้น อย่าง โลชั่นป้าปุ้ม อาจเห็นผลใน 6-7 เดือน แต่ PINYA ต้องเห็นผลตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้ คือใน 1-2 เดือน ทุกอย่างต้องดีกว่าทั้งรูปลักษณ์และคุณภาพสินค้า ไม่ว่าจะฉลาก หรือแพคเก็จจิ้ง

          สำหรับแผนโกอินเตอร์ของ PINYA HERB เริ่มขึ้นโดยส่งไปยังตลาดญี่ปุ่น สำหรับน้ำมันนวดป้าปุ้มซึ่งไปบุกตลาดเมืองจีนมาแล้ว ก็เตรียมพัฒนาให้เป็นผงเพื่อให้ง่ายต่อการส่งออกมากขึ้น พร้อมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ PINYA ที่ยังคงพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง

          เป้าหมายของทายาทนอกจากพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังรวมถึง เตรียมเปลี่ยนพื้นที่บ้านให้กลายเป็น ศูนย์สุขภาพครบวงจร ที่จะมีทั้งนวดแผนไทย นวดสปา ร้านกาแฟ ทำโฮมสเตย์รองรับผู้มาใช้บริการ พร้อมทั้งพัฒนาโรงงานและหน้าร้านเล็กๆ อีกด้วย

          นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่งที่ผ่านมาวิสาหกิจชุมชนด้านบริการจะเน้นไปที่ด้านการท่องเที่ยว แต่วิสาหกิจชุมชนอาภานวดแผนไทย ได้นำเอาภูวิปัญญาแบบไทยมาต่อยอดจนได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์และเว็บไซต์ บสย.

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top