skip to Main Content
“ใบตอง” คลองกระจง – บางยม ส่งออกยุโรป, อเมริกา, ออสเตรเลีย ขายบน Amazon เผยสุโขทัยรวมตัวปลูกนับหมื่นไร่

“ใบตอง” คลองกระจง – บางยม ส่งออกยุโรป, อเมริกา, ออสเตรเลีย ขายบน Amazon เผยสุโขทัยรวมตัวปลูกนับหมื่นไร่

          หลังจากที่เคยนำเสนอเรื่องราวบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบตอง ได้กระแสตอบรับจากผู้ที่รักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมอย่างดี “เว็บไซด์มูลนิธิสัมมาชีพ” จึงได้หยิบเรื่องราวของใบตองที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนนำเสนอ เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับชุมชน วิสาหกิจชุมชนได้ศึกษาและอาจจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้

          อันที่จริงเรื่องราวของใบตองนั้น ไม่ใช่แค่ผลิตใช้ในประเทศเท่านั้น แต่ได้มีการส่งออกมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้มากมายนักและคู่แข่งที่จะส่งออกใบตองก็ยังน้อย บริษัทที่ส่งออกใบตองอย่างจริงจังก็มี “โอชา ฟูด แพ็ค” ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกอาหารและผักผลไม้ แต่ใบตองก็เป็นสินค้าส่งออกดาวเด่น สำหรับใบตองที่ส่งออก เจาะจงเป็นพันธุ์ “ใบตองตานี” เท่านั้น

          สาเหตุที่ต้องเป็นกล้วยตานี เนื่องจากใบมีลักษณะสวย มันเงา ขนาดใบยาว กว้างและเหนียว ส่วนแหล่งที่มาวัตถุดิบจะรับซื้อจากกลุ่มเกษตรกรที่รวบรวมมาขายให้โรงงาน โดยกำหนดทั้งขนาด สี รวมถึง ตรวจเชื้อโรค เพื่อความปลอดภัย ให้ได้มาตรฐานส่งออก โดยตลาดส่งออกหลัก คือ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และทวีปยุโรป ผ่านทางร้านค้าขายส่งสินค้าไทย และร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่จะนำใบตองไปใช้ห่อขนมไทย และตกแต่งจานอาหาร

           อย่างไรก็ตามนับวันกระแสคนทั่วโลก หันมาใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาชีพที่หลายคนไม่คาดคิดอย่างอาชีพตัดใบตองขายจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะใบตองจากประเทศไทย โด่งดังมากขนาดมีการขายผ่านเว็บไซต์ ชื่อดังอย่าง อเมซอน (Amazon.com) เลยทีเดียว

          ดังนั้นจึงจะพาไปรู้จักแหล่งปลูกใบตองส่งออกที่สำคัญของเมืองไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 10,000 ไร่ เฉพาะที่ ต.บางยม ย่านยาว ปากน้ำ ท่าทอง เมืองและคลองกระจงอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย  โดยเฉพาะในเขต ต.คลองกระจง มีพื้นที่มากที่สุดกว่า 8,000 ไร่

          สำหรับชาวบ้านที่นี่ เป็นแหล่งปลูกกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยก็ว่าได้ ซึ่งปลูกกล้วยตานีขายใบ กันมานานกว่า 40-50 ปี มาแล้ว กล้วยตานีที่ใช้ตัดใบได้จะมี 3 ชนิด คือ กล้วยตานีป่า กล้วยตานีหินและกล้วยตานีหม้อ แต่ชนิดที่นิยมปลูกกันมากจะเป็นกล้วยตานีหม้อ เพราะทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ จุดเด่นของใบตองคือ ใบมีขนาดใหญ่และหนา ใบเหนียว ไม่แตกง่าย มีกลิ่นหอมถ้าถูกความร้อนไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน

          อย่างกรณีของ “บุญชอบ เอมอิ่ม” หนึ่งในเกษตรกร ผู้ปลูกกล้วยตานีตัดใบขาย ซึ่งปลูกกล้วยตานีแซมในสวนไม้ผล บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ สามารถจำหน่ายใบตองทั้งในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยคุณบุญชอบจะรวมกลุ่มชาวสวนที่ปลูกใบตอง และรวบรวมใบตอง ส่งให้บริษัทผู้ส่งออกใบตอง ที่จะส่งออกได้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และสมาชิกต้องผ่านการอบรมการผลิตใบตองที่ถูกต้อง ปัจจุบันกลุ่มของคุณบุญชอบ จะมีสมาชิกราว 40-50 คน พื้นที่รวมประมาณ 600 ไร่ การผลิตใบกล้วยส่งตลาดต่างประเทศ แม้จะได้ราคาสูงกว่าป้อนตลาดในประเทศแต่คุณภาพของใบกล้วยที่กำหนดไว้ค่อนข้างสูง ก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสนใจกับการผลิตเพื่อส่งออก

 

          โดยรายได้จากการปลูกกล้วยตานีเพื่อขายใบนั้น ถ้าเป็นการปลูกกล้วยเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ 1 ไร่ หากกล้วยไม่เสียหายจากโรค-แมลง หรือภัยธรรมชาติ ชาวสวนจะมีรายได้ประมาณ 8,000 – 10,000 บาทต่อไร่ แต่ถ้าเสียหายรายได้ก็จะลดลงเหลือประมาณ 4,000 – 5,000 บาท/ไร่ โดยต้นทุนการดูแลจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท/ไร่ เป็นค่าการจัดการในสวน

          ส่วนคุณภาพของใบตองที่ตลาดต้องการ ความกว้างของใบจะมี 2 ขนาด คือ ความกว้าง 8-12 นิ้ว และความกว้างใบ 10-14 นิ้ว ไม่จำกัดความยาว ไม่ฉีกขาดเกิน 3 แฉก ส่วนใบที่ส่งตลาดในประเทศคุณภาพจะต่ำกว่าที่ส่งตลาดต่างประเทศ แต่ก็จะเป็นใบที่มีความสมบูรณ์สวยงามเช่นกัน

  

          สำหรับผลผลิตใบตองที่ ต.คลองกระจงนี้ จะมีการตัดใบตองส่งขายทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20 – 30 ตัน โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะขายตลาดในประเทศ ใบตองที่นี่จะคัด 3 เกรด โดยราคารับซื้อใบตองจะอยู่ที่ 3 – 4 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนตลาดต่างประเทศราคาจะสูงกว่าถึง 2 เท่าตัวเลยทีเดียว

          กระแสรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมมาแรง จึงน่าจะเป็นโอกาสทองของชุมชนวิสาหกิจชุมชนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติตอบสนองความต้องการคนกลุ่มนี้ได้ ใบตองจึงเป็นทางเลือกหนึ่งอย่างน่าสนใจ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์, เว็บไซต์ bdm-food, เว็บไซต์ vigotech, เว็บไซต์ chaoprayanews และเว็บไซต์ nanagarden

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top