skip to Main Content
Technology Disruption และการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ปัจจุบัน อนาคต ที่ทุกคนต้องตื่นตัว !

Technology disruption และการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ปัจจุบัน อนาคต ที่ทุกคนต้องตื่นตัว !

Technology disruption และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน อนาคต ที่ทุกคนต้องตื่นตัว !

บทความโดย : Chayanit Khemklad

นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 3 ในปี 1969 ที่เทคโนโลยี IT เริ่มเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลง วิธีการดำรงชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป วิวัฒนาการของเทคโนโลยีก็พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง จนถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในปัจจุบัน ที่มีการผสมผสานของเทคโนโลยีต่างๆ โดยมี IT คอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ เป็นแกนนำ โดยมีคำเรียกบรรดาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่นี้ว่า Disruptive technologies

Disrupt ในที่นี้หมายถึง ขัดขวาง กีดขวาง หรือเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงให้เปลี่ยนไปจากสภาวะที่ดำรงอยู่ การเรียกเทคโนโลยีใหม่ๆ ว่า Disruptive Technologies มิได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ ไม่ดี เพียงแต่เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นอยู่ ประการสำคัญก็คือกระทบต่อการทำมาหากิน ธุรกิจ การดำเนินชีวิตของผู้คน ฯลฯ

ในช่วงปี ค.ศ.1995 นิยมเรียกกันว่า Disruptive Innovation ซึ่งเน้นไปที่นวัตกรรมที่มีลักษณะขัดขวาง ดังเช่น การปรากฏตัวของ Wikipedia ในโลกไซเบอร์ ก็เป็น disruptive innovation เพราะไปทดแทนเอ็นไซโคลพีเดียชุดหนังสือ และที่เป็นดิจิทัลอยู่ในไซเบอร์ ซึ่งทั้งหมดต้องซื้อ แต่ Wikipedia ฟรี และสะดวกต่อการใช้ เวลาต่อมา Clayton M. Christensen ได้จุดประกายเรื่อง Disruptive Technologies โดยกล่าวว่า ประการแรกของเทคโนโลยี คือ Sustaining Technology ซึ่งเป็นการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อย และ Disruptive Technology ซึ่งเป็นพายุลูกใหม่ ในตอนแรกอาจยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น (วรากรณ์ สามโกเศศ, 2559)

การเติบโตของเทคโนโลยี โดยเฉพาะดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ การปรับเปลี่ยนกระบวนให้เป็นนวัตกรรม สร้างสรรค์คิด-ทำได้ด้วยตนเอง เพื่อให้รองรับประเทศไทย 4.0 (Smart Thailand) มีการสร้างรูปแบบการบริการ (service platform) มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลิกผัน ให้ทันการเปลี่ยนแปลง สร้างมูลค่า ทันต่อการแข่งขันโดยต้องกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศที่มีความสำคัญ (Titima Thumbumrung, 2019) เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงทศวรรษนี้ ได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของภาครัฐและภาคธุรกิจ


อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่เกิดใหม่ทุกชนิด ไม่สามารถทำให้ลักษณะของธุรกิจหรือสังคมเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด มีเทคโนโลยีบางประเภทเท่านั้นที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก โดยสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานของผู้คน เกิดวิธีคิดในการให้มูลค่าต่อทรัพย์สินแบบใหม่ โดยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงมากอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทั้งหลาย จะต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีใดมีผลกระทบอย่างแท้จริง เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม (“เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ( Disruptive technologies ),” 2016)

อีกทั้ง เอ็นทีที (NTT) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้เผยถึงการคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยี ปี 2020 ชี้ให้เห็นว่า 6 เทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ สอดรับการผลิกโฉมและยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีด้าน Disruptive Technologies, การรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์, รูปแบบสถานที่ทำงาน, โครงสร้างพื้นฐาน, ธุรกิจและการบริการด้านเทคโนโลยี ซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่กลายเป็นกระแสหลัก จะเป็นการผสานระหว่างข้อมูลระบบอัตโนมัติและ Internet of Things เพื่อสร้างการเชื่อมต่อมืองและสังคมให้เชื่อมโยงกัน รวมทั้งระบบข้อมูล เทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) จะเป็นหัวใจที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ ให้เชื่อมโยงและสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ด้วยตัวเอง (เอ็นทีทีคาดการณ์อนาคต DISRUPTION ปี 2020, 2562)


อย่างไรก็ดี ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของ Disruptive Sustainable Technology (DST) เป็นแนวคิดที่อาจเข้าใจได้ยาก แต่ถือว่าเป็นทั้งความปั่นป่วนวุ่นวายของเทคโนโลยีที่ผสมผสานกับความยั่งยืนของเทคโนโลยี โดยเน้นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ และเป็นที่ถกเถียงกันในเรื่องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของนวัตกรรม อาจกล่าวได้ว่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพลังที่ผสมผสานความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างถูกที่ถูกเวลา และยังถือเป็นต้นแบบของกระบวนทัศน์ใหม่ที่จะสร้างประโยชน์และข้อได้เปรียบอย่างมาก (Christopher P. Skroupa, 2018)

การพัฒนาอย่างยั่งยืนยังเป็นอีกหลักสำคัญในการขับเคลื่อน Disruptive Technology เพราะโลกยังต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมและประเด็นทางสังคม อาทิเช่น การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ มลภาวะ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นต้น ซึ่งองค์การในภาคส่วนต่างๆ ได้เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
แต่การรับมือนั้นก็มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่จะต้องตามมาด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนกลายมาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เน้นเรื่องการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมจากผู้ผลิต ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการทำธุรกิจ ซึ่งหลักสำคัญจะเน้นไปที่การผสานความ (“Sustainability needs will drive future disruptive innovations,” 2019)

หากกล่าวถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development GOALS-SDGs)ทั้ง 17 ประการ ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ สามารถแสดงให้เห็นได้ผ่าน นวัตกรรม เทคโนโลยีและการสร้างความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมยังสร้างตลาดและคุณค่าที่สำคัญ เช่น สินค้าที่มวลชนทุกคนเข้าถึงอย่างสมาร์ทโฟน


ดังนั้น ในการที่จะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่วางไว้ จึงเป็นเรื่องของทุกหน่วยงานในสังคม ที่จะร่วมกันสร้างการพัฒนา และกำหนดวาระในการจัดการและพัฒนานวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ผ่านการเติบโตเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาโลก แต่ยังต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย (SOFIA WILLQUIST, 2017)

จากงานศึกษา “Disruptive Technologies and Sustainable Development: The Case of Fuel Cell Vehicles” กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Disruptive Technologies และกระบวนทัศน์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นประเด็นเรื่องการจัดการเทคโนโลยีที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรงและรวดเร็ว สร้างความไม่ต่อเนื่องให้กับผู้นำทางการตลาดหลายองค์กร อย่างกรณีศึกษาของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของเทคโนโลยี ส่งผลให้การตลาดมีการเปลี่ยนแปลงทั้งกลุ่มลูกค้า และการสร้างโอกาสในการส่งเสริมกลยุทธ์ทางธุรกิจแบบใหม่ ที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งในกรณีของการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงที่เผชิญกับ Disruptive Technologies จะต้องปรับตัวสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมธุรกิจแบบดั้งเดิมตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม (Adamson & Foxon, 2000)


นอกจากนี้บทความเรื่อง “Sustainable innovation in the digital transition and disruptive technologies age” ได้กล่าวถึง การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างให้กับโลกใบนี้ การพัฒนาอย่างยั่งยืนอาจเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งและต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ เพื่อร่วมกันไปให้ถึงเป้าหมาย บทความได้นำเสนอแนวทางในการสร้างโอกาสที่จะมองถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เพื่อเร่งเสริมสร้างความเข้าใจและความสำคัญในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาการทำวิจัยที่เน้นการใช้สหวิทยาการและการสร้างความร่วมมือมาเป็นตัวขับเคลื่อน โดย Quebec Interdisciplinary Center for Research in Operationalization of Sustainable Development (CIRODD) ซึ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับโลกอย่างยั่งยืนผ่านการใช้เทคโนโลยี การออกแบบงานวิจัย โดยมีเป้าหมาย เพื่อการตอบปัญหาการเปลี่ยนผ่านไปสู่เรื่องความยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว

รวมทั้งการใช้เครื่องมือเพื่อหาแนวทางให้เกิดการทำงานข้ามภาคส่วน และผลักดันการสร้างนวัตกรรมเพื่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืนให้สังคม รวมถึงการสร้างองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงานจาก 35 โครงการ และการสนับสนุนงานวิจัยถึง 93 เรื่อง จาก 11 สาขาวิชา เพื่อให้ได้ต้นแบบที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถสร้างการศึกษาวิจัยแบบสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการสนับสนุนความคิดริเริ่มอื่นๆ ทั้งในระดับชาติและระดับโลก (Mohamed Cheriet, Darine Ameyed, Pierre de Coninck, & Samson, 2018)

ดังนั้น จากหลายประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นได้ว่าการเกิดขึ้นของ Disruptive technologies ส่งผลกระทบเชื่อมโยงต่อหลายประเด็นในสังคมซึ่งทำให้เกิดการสื่อสารจากหลากหลายช่องทาง ทำให้เกิด Disrupting Communication ที่ทำให้มนุษย์เกิดการเชื่อมต่อกันได้ตลอดเวลา การขยายตัวของเทคโนโลยีนั้นทำให้เกิดการสื่อสารในหลายรูปแบบในทุกช่องทางผ่านสื่อดิจิทัล ส่งผลให้แนวทางในการสื่อสารประจำวันเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม หนทางในการสื่อสารส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมถึงการเกิดเทคโนโลยีใหม่ก็จะสามารถสร้างสิ่งที่ดีได้เช่นกัน (AMBER LEIGH TURNER, 2015)

 

สุดท้ายนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาเยือน ย่อมไม่มีอุตสาหกรรมใดที่หนีพ้นไปได้ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า แล้วจะรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร คำตอบที่เหมาะสมคือการศึกษา สังเกตความเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้โอนอ่อนตามสิ่งที่เกิดขึ้น พัฒนาสิ่งที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อตลาดที่เปลี่ยนไปให้ได้มากที่สุด รวมถึงการหาตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อการต่อยอดอย่างยั่งยืนในอนาคต Disruptive Technology เป็นทางออกสุดท้ายสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ หรือไม่ คงไม่อาจชี้ชัดอย่างชัดเจนได้มากนัก เพราะสิ่งที่เห็นได้ชัดจาก Disruptive Technology ที่สุดคือ “เราจะต้องมีการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคสมัย” นั่นเอง (เรียนรู้ที่จะอยู่รอด หรือ Disruptive Technology คือ ทางออกสุดท้าย, 2563)

 

แหล่งข้อมูล

วรากรณ์ สามโกเศศ. (2559). รู้จัก Disruptive Technologies. Retrieved from https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639505

Titima Thumbumrung. (2019). เทคโนโลยีที่สร้างความพลิกผัน (Disruptive Technology): สรุปการบรรยาย. Retrieved from http://www.thailibrary.in.th/2019/03/01/disruptive-tech-2/

เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ( Disruptive technologies ). (2016). Retrieved from https://www.it24hrs.com/2016/disruptive-technologies-technology/

เรียนรู้ที่จะอยู่รอด หรือ Disruptive Technology คือ ทางออกสุดท้าย. (2563). Retrieved from https://blog.pttexpresso.com/disruptive-technology/

เอ็นทีทีคาดการณ์อนาคต DISRUPTION ปี 2020 (2563). Retrieved from https://www.matichon.co.th/lifestyle/tech/news_1754363

Christopher P. Skroupa. (2018). What Is Disruptive Sustainable Technology? Retrieved from https://www.forbes.com/sites/christopherskroupa/2018/07/17/what-is-disruptive-sustainable-technology/#3143222a522d

Sustainability needs will drive future disruptive innovations. (2019). Retrieved from https://view.ingwb.com/sustainability-needs-will-drive-future-disruptive-innovations

SOFIA WILLQUIST. (2017). Sustainable development goals set the need for disruptive innovation and new leadership. Retrieved from https://awapoint.com/sustainable-development-goals-set-need-disruptive-innovation-new-leadership/

Adamson, Kerry-Ann, & Foxon, Tim. (2000). Disruptive Technologies and Sustainable Development: The Case of Fuel Cell Vehicles. In: Citeseer.

MAHMOUD MOHIELDIN. (2018). Leveraging technology to achieve the Sustainable Development Goals. Retrieved from https://blogs.worldbank.org/voices/leveraging-technology-achieve-sustainable-development-goals

AMBER LEIGH TURNER. (2015). 5 trends disrupting communication. Retrieved from https://thenextweb.com/future-of-communications/2015/11/23/five-trends-disrupting-communication/

 

 

 

 

ไม่มีภาพกิจกรรม

ไม่มีวิดีโอ

Back To Top